ดีโฟกัส เปิดไฟนอนทำให้สายตาสั้น

เคยใช่มั้ยที่เปิดไฟไปนอน !? ทราบหรือเปล่าd focuss ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อสุขภาพผลการค้นคว้าปัจจุบันของ บอกว่า การปลดปล่อยให้เด็กๆนอนโดย
ที่เปิดไฟทิ้งเอาไว้ บางทีอาจมีผลต่อวิวัฒนาการของตา โดยเด็กกลุ่มนี้จะมีการเสี่ยงสูงต่อการมีสายตาสั้น เมื่อเติบโตขึ้นคณะทำงานของ ได้ศึกษาเล่าเรียนกรุ๊ปเด็กปริมาณ ๔๗๙ คน พบว่าจำนวนร้อยละ ๕๕ ของเด็กที่เริ่มเปิดไฟนอนตั้งแต่ แก่ไม่ถึง ๒ ปี มีลักษณะอาการสายตาสั้น แล้วก็ตรวจเจอได้ตั้งแต่ในช่วงอายุระหว่าง ๒ ถึง ๑๖ ปีในระหว่างที่กรุ๊ปเด็กที่เปิดไฟมัวๆนอนตั้งแต่อายุก่อน ๒ ปี จำนวนร้อยละ ๓๔ เพียงแค่นั้น ที่มีลักษณะสายตาสั้นส่วนเด็กกรุ๊ปที่ปิดไฟนอน  เจออาการสายตาสั้นเพียงแต่จำนวนร้อยละ ๑๐ d focuss

การเรียนรู้ในคราวนี้ ถือว่าเป็นการส่งเสริมงานค้นคว้าวิจัยเดิม จากห้องทดลองที่ทำให้เห็นว่า แสงสว่างมีความเกี่ยวเนื่องd focuss กับการเติบโตรวมทั้งความก้าวหน้าของดวงตา โดยเจาะจงเพราะ หากแม้แสงสว่างเพียงนิดหน่อย ก็สามารถเล็ดลอดผ่านหนังตา เข้าไปในดวงตาขณะกำลังหลับได้ แล้วก็ทำให้ดวงตา ยังคงจำต้องปฏิบัติงานอยู่ ถึงแม้ในระหว่างที่กำลังพัก โดยเฉพาะ ควรจะมีการระวังเป็นพิเศษในเด็กอ่อนเพราะว่าความก้าวหน้าที่เร็วของเด็กจะส่งผลเสียตามมาเมื่อเติบโตขึ้นแม้กระนั้น นักค้นคว้าอาวุโส พูดว่า การเรียนรู้ในคราวนี้d focussมิได้สรุปว่าแสงสว่างที่เปิดในช่วงกลางคืน มีผลโดยตรงต่อการเกิดอาการสายตาสั้น เพราะว่าที่จริงแล้วสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการดังที่กล่าวมาแล้วนั้นมีอยู่หลายกรณี รวมทั้งจะกำหนดมิได้ว่าการเปิดไฟนอน
กับสายตาสั้นมีผลต่อกันโดยตรงดีโฟกัสแต่ว่าผู้ดูแลก็ยังไม่สมควรจะปลดปล่อยให้มีแสงสว่างที่ไม่ใช่มีเหตุที่เกิดจากธรรมชาติมารบกวนเด็ก ขณะหลับ อย่างต่ำก็ตราบจนกระทั่งจะส่งผลงานค้นคว้าอื่นๆออกมารับรองผลที่กระจ่างเว้นเสียแต่ผลวิจัยปัจจุบัน ที่ได้รายงานข้างต้นแล้ว

ทีมงานนักวิจัยยังชี้แจงเหตุว่าดีโฟกัสอาการสายตาสั้นปรากฏให้มองเห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆในรอบสองทศวรรษก่อนหน้านี้ มูลเหตุที่ส่งผลก็คือผู้คนเปลี่ยนแปลงความประพฤติปฏิบัติสำหรับการดำเนินชิวิตจากสังคมชนบท มาเป็นสังคมเมืองเฉพาะในสหรัฐฯ พบว่าขั้นต่ำจำนวนร้อยละ ๒๕ ของพลเมืองทั้งปวงมีปัญหาเกี่ยวกับอาการสายตาสั้นนอกเหนือจากนั้น ยังเจาะจงเหตุว่าคนที่สายตาสั้นมากมายๆมีการเสี่ยงสูงต่อการเกิดต้อหิน และก็เรติน่าลอกตัวแล้วก็จุดรับแสงสว่างเสื่อมเมื่อแก่มากขึ้นเรื่อยๆ

ทราบอย่างงี้แล้ว ก็หลบหลีกนะคะ
ก่อนไปนอนอย่าดีโฟกัสลืมที่จะปิดไฟให้เป็นระเบียบ
จะได้นอนฝันดี รักษาสายตาไม่ให้สั้นกันด้วยจ้ะ

แชมพู hybeauty หนังศีรษะเป็นรากฐานของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นบนศีรษะของเรา

หนังศีรษะเป็นรากฐานของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นบนศีรษะของเรา หากหนังศีรษะดี ก็จะทำให้เส้นผมของเราดีไปด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหนังศีรษะอื่นๆ เช่น รังแค สะเก็ดเงิน ก็จะไม่ตามมารวบกวนจิตใจชายหนุ่มอย่างเราๆhybeauty vitalizing hair & scalp shampoo ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวคุณเองด้วยว่า สนใจดูแลแค่ไหน มีวิธีดูเลหนังศีรษะง่ายๆมาบอกต่อด้วย สระผม การรักษาหนังศีรษะให้สะอาดอยู่เสมอ เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะจะช่วยขจัดสิ่งสรกปกออกจากหนังศีรษะ และ ลดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดรังแค  ใช้แชมพูอ่อนๆ สระผมวันละครั้ง พร้อมนวดหนังศีรษะก็จะช่วยทำความสะอาดหนังศีรษะได้ แต่ต้องล้างแชมพูให้หมดนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว สารบางตัวจากแชมพู อาจตกค้างที่ศีรษะและอาจก่อให้เกิดปัญหารังแคและผมร่วงตามมาได้เช่นกัน แชมพู hybeauty และนวดหนังศีรษะการนวดหนังศีรษะ  เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากเพราะจะช่วยเสริมการไหลเวียนของเลือดที่มาเลี้ยงหนังศีรษะ ทำให้หนังศีรษะเกิดความยืดหยุ่นลดความตึงของหนังศีรษะที่อาจเกิดสภาวะต่างๆ และยังทำให้เกิดการผ่อนคลายเสริมการสร้างเส้นผมใหม่และยังทำให้เส้นผมเดิมมันวาว การนวดก็แค่ใช้ปลายนิ้วคลึงไปรอบๆหนังศีรษะทำสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 3-4นาที หลีกเลี่ยงการทำให้หนังศีรษะแห้ง การสระผมด้วยน้ำที่ร้อนมากเกินไป การไดร์ผม การอบผม หรือการใช้ความร้อนกับเส้นผม hybeauty shampoo มีส่วนสำคัญอย่างมากในการดึงน้ำมันที่หล่อเลี้ยงผิวออกไปจากหนังศีรษะและทำให้เกิดอาการแห้งกร้าน หากคุณรู้สึกว่าหนังศีรษะของคุณแห้งเกินไป ลองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะมาใช้นะครับ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดรังแคตามมาได้

เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดประสบปัญหาหนังศีรษะในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดูคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเราในการจัดการปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะ เช่น คันหนังศีรษะ หนังศีรษะแห้ง และหนังศีรษะแพ้ง่ายคันหนังศีรษะ hybeauty vitalizing hair & scalp shampoo หนังศีรษะแห้งหนังศีรษะแพ้ง่ายเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดประสบปัญหาหนังศีรษะในเรื่องใดเรื่องหนึ่งปัญหาเหล่านี้มักจะมีสาเหตุจากรังแค ในขณะที่หนังศีรษะของคุณเริ่มมีอาการระคายเคืองเนื่องจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ก่อให้เกิดรังแค หรือมาลัสซีเซีย โกลโบซ่า หนังศีรษะของคุณจะไม่เพียงแต่มีสะเก็ดรังแคเท่านั้น หากยังมีอาการคันและแห้งด้วย คันหนังศีรษะงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า อันที่จริงแล้ว แชมพู hybeauty อาการคันหนังศีรษะเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของการเป็นรังแคและสร้างความรำคาญอย่างมากเมื่อหนังศีรษะเริ่มเกิดอาการระคายเคือง hybeauty shampoo ก็จะเริ่มรู้สึกคัน และแน่นอนว่า ปฏิกิริยาแบบฉับพลันของคุณก็คือการเกาแต่การเกาอาจทำลายหนังศีรษะที่บอบบางของเรา และยิ่งทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น ดังนั้น จึงกลายเป็นวงจรที่เลวร้าย

แม็กม่า พลัส กระชายดำ หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งเป็น โสมไทย

กระชายดำ หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งเป็น โสมไทย หรือ โสมกระชายดำ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายของทุกคนอีกทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติและสรรพคุณที่โดดเด่นมากมายด้วยประโยชน์ทางยาและก็การบำรุงร่างกายเป็นสมุนไพรที่ใช้ได้ดีอีกทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย แม็กม่า พลัส จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับขมิ้น ข่า เปราะป่า ว่านนางคำรวมทั้งว่านรากราคะ เราลองมองว่าคุณลักษณะเฉพาะและความโดดเด่นที่ว่ามีอะไรบ้าง maxma plusและจะต้องใช้รับประทานใช้ดื่มแบบใดจึงจะเข้าถึงสรรพคุณที่ว่านี้ กระชายดำเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุยาวนานหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า หัว ซึ่งเหง้าหรือหัวนี้จะเป็นทรงกลม ตะปุ่มตะป่ำเรียงต่อกัน  และเป็นที่งอกใหม่ของหน่ออ่อนเพื่อขยายพันธุ์ต่อไปด้วย เป็นพืชที่ชอบร่ม ดินร่วนซุยหรือดินผสมทราย ระบายน้ำดี ชอบอากาศหนาวเย็นแล้วก็ขยายพันธุ์ด้วยการแบ่งหัวหรือเหง้า ปลูกได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะตอนม.ย.-พ.ค. มีอายุการเก็บเกี่ยว 7 เดือน โดยผิวของเหง้าหรือหัวนี้จะมีสีน้ำตาล เนื้อภายในมีสีม่วงอ่อน ม่วงเข้มไปจนถึงม่วงดำ แม็กม่า พลัส มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสขมเล็กน้อย รวมทั้งกระชายดำที่ยอดเยี่ยมเป็นจะต้องมีสีม่วงเข้มดำ

คุณประโยชน์ในตำรายาไทยของกระชายดำ ระบุว่าเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกาม เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ในการใช้แบบประจำถิ่น จะนำมาทำเป็นยาลูกกลอน โดยเอาผงแห้งมาผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน หรือทำเป็นยาดองสุราและดองน้ำผึ้ง แต่ในปัจจุบันนี้จะพบเห็นผลิตภัณฑ์ของกระชายดำวางขายในตลาด ในหลากหลายรูปแบบ เช่น ชาชง ยาแคปซูล ยาน้ำ ยาเม็ด กาแฟ และเหล้าองุ่นกระชายดำ ซึ่งเป็นที่นิยมมาก สรรพคุณที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศของกระชายดำ พบว่าสารสกัดเอทานอลจากเหง้าส่งผลทำให้พฤติกรรมทางเพศของสัตว์ทดลอง และก็ส่งผลต่ออวัยวะสืบพันธุ์โดยเพิ่มน้ำหนักของท่อพักเชื้อน้ำอสุจิ ถุงน้ำเชื้อ ต่อมลูกหมาก และก็กล้ามเนื้อก้นของหนู
สารสกัดจากเหง้ายังมีผลเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศของสัตว์ทดลอง มีฤทธิ์ยับยั้งการหดตัวของกล้ามเรียบองคชาต ของหนูแรท แล้วก็กล้ามเนื้อเรียบอวัยวะเพศผู้ของคนที่ได้จากการผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัว เลือดก็เลยไหลเวียนไปสู่อวัยวะเพศได้ดี ทำให้อวัยวะเพศมีการแข็ง แม็กม่า พลัส นอกจากนั้นสารสกัดเอทานอลแล้วก็สารกลุ่มฟลาโวนอยด์มีฤทธิ์ยั้งเอนไซม์ ทำให้กล้ามเนื้อเส้นโลหิตคลายตัวและก็ขยาย เลือดจึงไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะเพศได้ดี กระชายดำ ยังเป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ทางยาสูงจัดได้ว่า maxma plus เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทำให้กระปรี้กระเปร่าสดชื่น ช่วยสร้างความสมดุย์ของความดันโลหิตให้ไหลเวียนดียิ่งขึ้น ผิวพรรณผุดผ่องสดใสและแก้โรคบิดแก้เจ็บท้องฯลฯ และสำหรับสุภาพสตรีช่วยให้ผิวพรรณผ่องใสแก้ตกขาว ขยายเส้นเลือดกำจัดไขมันในเส้นโลหิตโรคกระเพาะ ความดันเลือดสูง,โรคเบาหวาน,โรคหัวใจ และโรคอื่นๆอีกมากมาย

โซลซีเครท พลัส จริงๆ แล้ว การที่ผิวขาวนั้นอาจไม่ได้แปลว่าคุณมีผิวสุขภาพดี

โซลซีเครท พลัส จริงๆ แล้ว การที่ผิวขาวนั้นอาจไม่ได้แปลว่าคุณมีผิวสุขภาพดีเสมอไป เราควรหันมาบำรุงผิวให้ดูเนียนสวย กระจ่างใสในแบบที่คุณเป็นดีกว่า ซึ่งนอกจากการทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์แล้ว ก็อย่าลืมออกกำลังกายเพื่อขับของเสียออกจากผิวหนัง และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีผิวที่สวยใสมีออร่า ดูสุขภาพดีแบบที่ว่าใครเห็นก็ต้องทักค่ะ สมัยนี้หันไปก็มีแต่เทรนด์เกาหลีเต็มบ้านเต็มเมืองข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดผิวขาวฟังทางนี้ก่อนที่จะตัดสินใจไปฉีดผิวขาวนะจ๊ะสาวๆ ที่รัก มารู้ถึงประโยชน์และโทษของการฉีดผิวขาวกันก่อนดีกว่าว่าคุ้มไหม?สมัยนี้หันไปก็มีแต่เทรนด์เกาหลีเต็มบ้านเต็มเมือง โฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ขยันคิดก็อปปี้ “…ขาวเหมือนสาวเกาหลี” กันจริ๊งงงง นู่นนี่นั่นก็มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนกันเกลื่อนเมือง เกิดเป็นลัทธิบูชาความขาวกันขึ้นมา หนุ่มๆ ก็ชอบผู้หญิงขาวๆ สาวไทยผิวสีน้ำผึ้งที่ต่างก็แห่แหนหาสารพัดวิธีที่จะทำให้ตัวเองขาวขึ้น ซึ่งหลายคนก็คงคิดว่า การฉีดผิวขาว เป็นทางลัดสำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาวแบบทันตาเห็นแต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไป เราอยากลองให้คุณสาวๆ ลองชั่งน้ำหนักจากข้อมูลด้านล่างต่อไปนี้ให้ดีก่อนนะจ๊ะ ว่าการฉีดผิวขาวนั้นมันจะคุ้มค่าไหม จะได้ไม่เสียใจภายหลัง โซลซีเครท พลัส.

โซลซีเครท พลัส

โซลซีเครท พลัส ประโยชน์ของกลูต้าไธโอน seoul secret plus
1. เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ช่วยรักษาตับ ต้านพิษจากยาแก้ปวดพาราเซตามอลหรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
2. ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
3. ทำให้ผิวขาวขึ้นจริง แต่ไม่ใช่ฉีดปุ๊บ ขาวปั๊บ ต้องมาฉีดซ้ำหลายๆ ครั้ง และต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โซลซีเครท พลัส

ข้อควรระวังกับการฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน
1. กลูต้าไธโอนแบบฉีดที่ขายอยู่ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นสินค้าปลอม เพราะไม่มีแหล่งผลิตที่มีอยู่จริง สังเกตได้ว่ากลูต้าไธโอนแบบฉีดหลายยี่ห้อจะมีหลายรุ่นมาก ส่วนผสมในตัวยาเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่กลูตาไธโอนจริงๆ แต่อาจจะเป็นวิตามินซีธรรมดาๆ ซึ่งราคาค่อนข้างถูก
2. เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ฉีดนั้นเป็นหมอหรือพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ เท่าที่เห็นในข่าวส่วนมากที่โดนจับกันก็ไม่ได้มีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสาขานี้ เพราะการฉีดในปริมาณที่มากเกินไปหรือโอเวอร์โดสนั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้นะ
3. สถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ ในที่นำมาใช้ในการฉีดผิวขาว เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสะอาดปลอดเชื้อ และได้รับการฉีดแบบถูกวิธี เพราะถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาผลที่ตามมามันน่ากลัวกว่าที่คิดซะอีก
4. ในบางโรงพยาบาลหรือคลินิกอาจจะมีการลักลอบฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอนปลอม ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีความพยายามต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย เช่น ใช้ชื่อคอร์สในการฉีดผิวขาวอื่นๆ แทนการใช้ชื่อว่าฉีดกลูต้าไธโอนโดยตรง
5.ความสม่ำเสมอและความต่อเนื่องในการฉีดเป็นปัจจัยสำคัญของความขาว บางครั้งก็อาจเกิดความขี้เกียจเลยไม่ได้ไปฉีด เพราะฉะนั้นก็อย่าไปให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมยังเสี่ยงต่อการติดเชื้ออีกด้วยนะจ๊ะ
6. ถึงแม้ว่าการฉีดกลูต้าไธโอนจะทำให้ผิวขาวขึ้นจริง แต่มันก็ไม่จะขาวเกินไปกว่าผิวเนื้อเดิมของสาวๆ หรอกนะจ๊ะ แต่มันจะไปยับยั้งการผลิตเมลานิน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเม็ดสีต่างหาก แถมยังต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล เพราะฉะนั้นหยุดเชื่อคำโฆษณาที่ว่าฉีดแค่เข็มเดียวก็ขาว มันไม่เป็นความจริงเลยค่ะ
7. มีราคาค่อนที่ข้างสูง เช่น สมมติว่าค่าฉีดครั้งละ 2,000 บาท และต้องฉีดทุกๆ 3-7 วันต่อครั้ง ในหนึ่งเดือนอาจจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000-20,000 บาทเลยทีเดียว และต้องฉีดติดต่อกันหลายเดือนด้วยถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน ถ้ารายได้เราเดือนชนเดือนก็อย่าเสี่ยงเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย
8. ตามทฤษฎีแล้วกลูต้าไธโอนจะไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีจะทำให้ผิวหนังได้รับแสงแดดเพิ่มมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง และไม่ได้จำกัดแค่สีผิวเท่านั้น สีผม และสีตาดำของเราก็ต้องมีการสร้างเม็ดสีเช่นกัน ถ้าไม่อยากผมขาวก่อนวัยอันควร และเสี่ยงต่ออากการตาบอดก็คิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจไปฉีดนะจ๊ะ
อันที่จริงสาวไทยผิวสีน้ำผึ้งอย่างเรา เรียกได้ว่าผิวสวยเลยนะ สาวเกาหลีผิวขาวๆ บางคนเขาอิจฉาสีผิวของสาวไทยด้วยนะจะบอกให้ เพราะผิวแทนสำหรับเขาหมายถึงผิวที่ดูสุขภาพดี เป็นสปอร์ตตี้เกิร์ลนะจ๊ะ แต่ถ้าใครอยากผิวขาวจริงๆ ยังมีวิธีที่ดีกว่าการฉีดผิวอีกเยอะแยะมากมาย

อยากขาวทำไงดี? เชื่อว่าคำถามนี้สาวๆ หลายคนล้วนขวนขวายหาคำตอบกันมานักต่อนัก เพราะแสงแดดเมืองไทยร้อนแรง

จึงทำเอาผิวสาวหมองคล้ำดำกร้านง่าย โซลซีเครท พลัส ไหนจะอายุที่มากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวจึงทำงานเสื่อมประสิทธิภาพลง

เราจึงควรให้ความสำคัญกับการขัดผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวในแบบธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน

วันนี้เราจึงหยิบเอา สูตรขัดผิวขาวจากสมุนไพรธรรมชาติ มาฝากสาวๆ ให้ได้ลองนำไปทำตามกันถึง 7 สูตร

แต่ละสูตรมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง สาวคนไหนอยากได้ผิวสวยกระจ่างใสในราคาแสนประหยัด รีบมาติดตามกันเลยนะคะ

สูตรขัดผิวขาวด้วยสมุนไพร มีสูตรใดบ้าง?

เพราะการมี ผิวขาว เป็นความปรารถนาของหญิงสาวทุกคน ครั้นจะให้เนรมิตผิวขาวง่ายๆ ด้วยการฉีดกลูต้า กินอาหารเสริมเพื่อผิวขาวหรือทาครีมตัวขาวก็ตาม

หากแต่เชื่อว่า ยังมีสาวๆ หลายคนที่ไม่อยากหันมาพึ่งพาวิธีเหล่านี้ เพราะนอกจากจะเสียเงินแพงแล้ว ยังเสี่ยงเกิดอันตรายต่อสุขภาพตามมาได้ด้วย

เราจึงยังคงเห็นสาวๆ ยุคใหม่หลายคน ยังคงให้ความสนใจการ ขัดผิวขาวจากวิตถุดิบธรรมชาติ รอบตัว

ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่พลาดกับการมองหา สูตรขัดผิวขาวด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ มาฝาก มีสูตรไหนทำได้อย่างไรบ้าง

สาวคนไหนที่ผิวหมองคล้ำดำกร้าน อยากมีผิวสวยๆ อวดคนรอบตัว บอกเลยห้ามพลาดเด็ดขาด

1.สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก นมสดและน้ำผึ้ง

ให้นำมะขามเปียก 1 กำมือมาผสมกับนมสด 1 แก้ว คนให้ได้แต่เนื้อข้นๆ จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ

คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดตัวจนทั่วเรือนร่าง จากนั้นพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

สำหรับ สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก นั้น จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นถึงผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

และยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิว ทำให้สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดลอกออกจากรูขุมขนได้อย่างอ่อนโยน

หากขัดผิวด้วยสูตนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับประกันเลยค่ะว่า สาวขาวจะค่อยๆ ขาวกระจ่างใสและนุ่มขึ้นได้อย่างใจต้องการแน่นอน โซลซีเครท พลัส.

mango mango plus เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ทำงานบ้านช่วยได้เยอะ

mango mango plus เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ทำงานบ้านช่วยได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน, ถูบ้าน, ซักผ้า, ขัดห้องน้ำ, ล้างรถ, เล่นกับสัตว์เลี้ยง, เล่นกับลูก, พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น, ทำสวนเอง, ดูทีวีไปออกกำลังกายไปด้วยการยกเวททั้งสองข้าง ฯลฯ หรือจะออกกำลังกายด้วยการใช้แรงคนแทนเครื่องจักรก็ได้ เช่น ใช้กรรไกรตัดหญ้าแทนเครื่องตัดหญ้า ล้างรถเองแทนไปเข้าร้าน เดินไปกดเปลี่ยนโทรทัศน์เองแทนการใช้รีโมต ซักผ้าบางชนิดด้วยตัวเองแทนการใช้เครื่องซักผ้า เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานไปได้มากเลยทีเดียว เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายของเราได้ใช้พลังงานที่เก็บสะสมเอาไว้และช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินของเราได้เป็นอย่างดีออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เช่น การเต้นแอโรบิก เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานและช่วยกระชับร่างกายทุกสัดส่วน, การวิ่ง โดยวิ่งอย่างเป็นจังหวะและสม่ำเสมอ พร้อมกับแกว่งแขนตามจังหวะการก้าวของเท้า ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตึงกระชับ และมีน้ำหนักตัวลดลง, การว่ายน้ำ อีกหนึ่งการออกกำลังที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งที่ช่วยกระชับสัดส่วนได้อย่างดี, การเต้นให้สุดเหวี่ยง เต้นมันให้หลุดโลกไปเลย วิธีนี้นอกจากจะสนุกแล้ว ยังทำให้เราได้เหงื่อ ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดของเราไปได้อีกทางด้วย, การกระโดดเชือกลดความอ้วน ที่สามารถช่วยบริหารร่างกายและลดไขมันส่วนเกินได้แทบจะทุกสัดส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นต้นขา สะโพก และเอว, การเดินลดต้นขา หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีต้นขาใหญ่ การเดินอย่างสม่ำเสมอและเป็นจังหวะวันละ 40 นาที จะช่วยทำให้ต้นขาของเราเล็กและเพรียวลง เป็นต้น mango mango plus.

mango mango plus
mango mango plus เลือกเสื้อผ้าในการออกกำลังกาย ชุดออกกำลังกายควรจะเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย มีการระบายความร้อนได้ดี เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้สึกสบายแล้ว ยังทำให้เราคล่องตัวและออกกำลังกายได้นานมากขึ้นอีกด้วย แมงโก้ แมงโก้ พลัส
การรักษาน้ำหนัก เมื่อเราลดน้ำหนักจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะหากเราเผลอไปกินตามใจปากอีกครั้งก็จะทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น เราจึงมีกฎอยู่ 2 ข้อในการรักษาน้ำหนักของเราไม่ให้เพิ่มขึ้นและคงที่ คือ ไม่กินอาหารที่มีแคลอรีและไขมันอิ่มตัวสูงมาก คือไม่กินตามใจปากนั่นเอง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ mango mango plus

เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ 7 วัน แบบทำได้จริง
หากคุณสามารถที่จะรวบรวม และเข้าใจถึงเมนูอาหารลดน้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ําหนักด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตามวิธีลดความอ้วน 7 วัน ที่กำลังจะขอแนะนำต่อไปนี้ ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายหุ่นสวยของตัวเอง สำหรับข้อแนะนำเบื้องต้นก่อนเข้าสู่เมนูลดความอ้วนแนะนำต่อไปนี้ คือ คุณไม่ควรที่จะข้ามไม่ทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือทานอาหารผิดเวลา เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดการขาดสมดุลทางโภชนาการตามแผนที่ได้วางเอาไว้ จนกระทั่งส่งผลให้ แผนการ ลดความอ้วน 7 วัน ของคุณอาจล้มเหลวอย่างน่าเสียดายทีเดียว หากใครพร้อมแล้วที่จะลดความอ้วน 7 วัน สามารถทานอาหารได้ตาม เมนูลดน้ําหนัก แนะนำ ดังต่อไปนี้กันเลย

ลดความอ้วน

วันที่ 1 : ผลไม้สด ในวันแรกของการ ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน ควรเริ่มจากการปรับสภาพร่างกายด้วยผลไม้สดที่อุดมสมบูรณ์ คุณสามารถที่จะเลือก ผลไม้ลดความอ้วน ที่ตัวเองชอบ แต่ให้ยกเว้นการรับประทานกล้วย แล้วเน้นไปทานผลไม้ประเภทแตงโม และแคนตาลูป พร้อมกับดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว นอกจากนี้ คุณไม่ควรที่จะทานอาหารประเภทอื่นๆอีกเลย นอกจากผักดิบ หรือผักต้ม แต่ถ้าคุณรู้สึกห้ว ก็ให้ทานผลไม้ และดื่มน้ำให้มากขึ้น
วันที่ 2 : ผัก วันนี้คุณสามารถที่จะทานอาหารประเภทผักได้อย่างเต็มอิ่ม แต่ให้แน่ใจว่าอาหารที่ทำจากผักเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านกระบวนการปรุงผ่านน้ำมัน สำหรับอาหารผักที่แนะนำได้แก่ ถั่ว แครอท แตงกวา ผักกาดหอม กระหล่ำปลี ผักกาด เป็นต้น และอย่าลืมดื่มน้ำอย่างพอพียงด้วย
วันที่ 3 : ผักและผลไม้ ให้แน่ใจว่าคุณหลีกเลี่ยงการทานมันฝรั่งในส่วนของผัก และกล้วยจากในส่วนของผลไม้ แผนการอาหารของวันนี้เริ่มต้นด้วยการทานผลไม้เป็นอาหารเช้า ผักในมื้อเที่ยง ผลไม้ในมื้อเย็น และผักผลไม้ในมื้อดึกอีกครั้ง และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆด้วย
วันที่ 4 : กล้วยและนม ในวันนี้คุณสามารถทานกล้วย 8-10 ลูก และนมอีก 3 แก้ว สำหรับเป็นอาหารตลอดทั้งวัน ซึ่งในวันนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกหิวบ้าง แต่ถ้าหากจัดสรรดีๆ ด้วยอาหารปริมาณเท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยทำให้คุณอยู่ได้ตลอดทั้งวัน
วันที่ 5 : มะเขือเทศ ในวันนี้คุณสามารถทานข้าวได้ 1 จาน ในมื้อกลางวัน และมะเขือเทศจำนวนประมาณ 7-8 ผล ในวันนี้ร่างกายของคุณมีโอกาสที่จะผลิตกรดยูริคเป็นจำนวนมาก จึงควรที่จะดื่มน้ำในปริมาณมากขึ้น ประมาณ 12-15 แก้ว
วันที่ 6 : ในมื้อกลางวันคุณสามารถทานข้าวได้หนึ่งจาน แต่ในมื้อที่เหลือของวัน คุณต้องทานผักเป็นหลักเช่นเดิม และอย่าลืมการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
วันที่ 7 : ผลไม้และน้ำผัก ในวันนี้คุณได้รับอนุญาตให้ทานข้าว ผัก และน้ำผลไม้ เพื่อช่วยในการลบล้างขับสารพิษที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย และยังเป็น สูตรอาหารลดน้ําหนัก ที่ดีอีกด้วย

ลดความอ้วน

การทำตามสูตรเมนูอาหารลดความอ้วน 7 วัน อย่างเข้มงวดนี้ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 4-5 กิโลกรัม แต่ยังช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และทำให้ผิวพรรณมีความกระจ่างสดใสมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีที่เรียกได้ว่าสุดแสนจะเรียบง่ายเลยทีเดียว และยังเป็น วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ อีกด้วย

แนวคิดของเคล็ดลับเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน
อาหารไทยมีรสชาติที่จัดจ้าน ถูกปากคนสไตย์เมืองร้อน ทำให้คนส่วนใหญ่เมื่อมีการควบคุมอาหาร ก็มักจะต้องเปลี่ยนไปทานอาหารที่มีรสชาติอ่อนกว่า จนเกิดอาการเบื่ออาหาร และลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารอย่างไม่มีความสุข แต่ถ้าหากคุณทำการควบคุมอาหาร ตามเคล็ดลับ เมนูลดน้ำหนัก 3 วัน ที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ mango mango plus ที่มีรสชาติของอาหารในแต่ละมื้อ ที่ผ่านการศึกษามาแล้วว่าถุกปากคนไทย ก็จะทำให้การลดน้ำหนักของคุณนั้น มีความสุข สนุกกับมันได้มากขึ้น

ตารางเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน สูตรธรรมชาติ
วันที่ 1 : อาหารเช้า ด้วย น้ำส้ม (หรือชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาลสำหรับคนที่ชอบทานตอนเช้า) หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง
อาหารกลางวัน เริ่มที่ น้ำส้ม หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และ ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
อาหารเย็น น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน

วันที่ 2 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

วันที่ 3 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

8 อาหาที่เหมาะ สำหรับมือใหม่ที่อยากลองวางแผนเมนูลดน้ำหนักด้วยตัวเอง
สิ่งแรกที่คุณควรให้ความสำคัญคือ การเลือกส่วนประกอบของอาหารที่มาจากธรรมชาติ ที่ไม่ได้รับการแปรรูปมาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการทานน้ำตาล ขนม ไอศกรีม และเครื่องดื่มน้ำผลไม้สำเร็จรูป เป็นต้น ส่วนเมนูอาหารที่น่าสนใจ ซึ่งคุณควรนำมาเป็นส่วนประกอบเมนูอาหารของตัวเอง สำหรับ วิธีลดน้ำหนัก มีดังต่อไปนี้
1.ทานเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน ปลาเทราห์ ปลาทะเล ที่ถูกจับมาจากการประมงตามธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีมากที่สุด
2.ไข่ อุดมไปด้วยโอเมก้า -3 ที่ดีต่อการลดน้ำหนัก
3.เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อแกะ เนื้อหมู เนื้อไก่ หรือของสัตว์อื่นๆที่ทานหญ้าเป็นอาหาร
4.ผัก เช่น ผักโม บล็อกโคลี่ ดอกกระหล่ำ แครอท เป็นเมนูอาหารที่ได้รับความนิยม นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของเมนูลดน้ำหนักมาอย่างช้านานเลยทีเดียว
5.ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม ลูกแพรร์ บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น
6.ถั่ว เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น
7.ไขมันนม เช่น ชีส เนย ครีม และโยเกิร์ต เป็นต้น
8.ไขมันและน้ำมัน เช่น น้ำมันมะพร้าว เนย น้ำมันหมู น้ำมันมะกอก น้ำมันตับปลา เป็นต้น

นอกจากส่วนประกอบของอาหารเมนูลดน้ำหนักที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น คุณสามารถที่จะทานช็อกโกแลต แบบอินทรีย์ ที่มีส่วนผสมของโกโก้มากกว่า 70% ขึ้นไป และไวน์ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งอาหารทั้งสองประเภทนี้ ถ้าหากทานในปริมาณที่พอเหมาะอาหารทั้งสองประเภทนี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ และต่อต้านอนุมูลอิสระท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อความงามอีกด้วย
เห็นไหมล่ะว่า เมนูลดน้ำหนัก ที่ได้แนะนำไปนั้น มันง่ายแสนง่ายทีเดียว mango mango plus.

himalaya black tea eye gel ปัญหาของผิวที่หมองคล้ำ

himalaya black tea eye gel ปัญหาของผิวที่หมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขบวนการสร้างเม็ดสี ทำให้เกิดเม็ดสีเมลานิน (melanin) เข้มมากผิดปกติหรือที่เรียกว่าฝ้าแดด ซึ่งเม็ดสีเมลานิน (melanin) นี้จะมีความเข้มมากกว่าเม็ดสีปกติ อาจเป็นสีดำ สีน้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลอ่อน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาของผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำนั่นเอง ทางออกเพื่อผิวหน้าใหม่ที่ขาวใส ไร้รอยหมองคล้ำ OPCs (Oligomeric Proanthocyanidin Complexs) จากสารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส (French maritime pine bark) มีประสิทธิภาพในการลบเลือน ฝ้า กระ และรอยหมองคล้ำ โดยลดความเข้ม และขนาดของเม็ดสีเมลานิน ช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวสดใส ซิลิเนียม ( Selenium AAC) ที่เสริมฤทธิ์ของสารสกัดจากเปลือกสนช่วยผสานการทำงานของวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทำให้ผิวขาวกระจ่างใส กลูตาไธโอน (L-Gllutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้ง tyrosinase enzyme ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความจำเป็นในขบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (melanin) ช่วยยับยั้งการเกิดอิสระต่างๆ ช่วยขจัดของเสียและสารพิษต่างๆ ป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์ช่วยให้ผิวสุขภาพดี Lycopene ซึ่งเป็นสารสกัดจากมะเขือเทศ ช่วยลดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากแสงแดด ต่อต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวขาวอมชมพู
ปัญหาผิวเสื่อมสภาพ หรือผิวแก่ก่อนวัย himalaya black tea eye gel.

himalaya black tea eye gel

himalaya black tea eye gel ผิวแก่ก่อนวัยมักเกิดขึ้นที่บนใบหน้า เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญกับแสงแดด สารพิษต่างๆ รอบตัวไม่ว่าจะเป็น ควันพิษ สารเคมีต่างๆ การนอนดึก นอนไม่เพียงพอ ทานอาหารไม่มีประโยชน์ หรือแม้แต่ความเครียด หรือที่เรียกรวมๆ ว่าสารอนุมูลอิสระ (free radical) นั่นเองซึ่งสารอนุมูลอิสระนี้จะทำให้ผิวหนังชั้นบนหนาขึ้น หยาบกร้าน และอาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่ผิวหนังได้ หิมาลายา แบล็ค ที อาย เจล

ทางออกของผิวเสื่อมสภาพหรือผิวแก่ก่อนวัย ครีมทารอบดวงตา

เบต้าแคโรทีนจากธรรมชาติ (Betacarotine) เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสง UV ได้ตลอดเวลาช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัยและป้องกันผิวหนาหยาบกร้านจากแสงแดดได้ himalaya black tea eye gel
สังกะสี (Zinc AAC) ซึ่งถ้าหากร่างกายขาดแร่ธาตุสังกะสี แผลของเราจะหายช้า หรือเกิดรอยแผลเป็นได้ง่าย แร่ธาตุสังกะสีเป็นส่วนประกอบ Enzyme ที่ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อหรือที่เราเรียกว่า Co-enzyme ดังนั้นหากร่างกายของเรามีปริมาณแร่ธาตุสังกะสีที่เพียงพอ ผิวของเราจะถูกซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง แผลริ้วรอยต่างๆ และแผลเป็นจะหายเร็วขึ้น
บริเวอร์ยีสต์ (Brewer’s Yeast) เป็นแหล่งของโปรตีน วิตามินบีรวมและแร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ จากธรรมชาติที่ช่วยบำรุง ประสาท ทำให้ร่างกายสามารถทนต่อความเครียดได้ดี ส่งผลให้ผิวหนัง ผม และเล็บมีสุขภาพที่ดี

คอลลาเจนนั้นมีความสำคัญต่อผิวของเราเป็นอย่างมากเพราะเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ผิวหนังเต่งตึงแลดูมีน้ำมีนวล การขาดคอลลาเจนจะทำให้ผิวหนังเเห้งเหี่ยวและเกิดริ้วรอย คอลลาเจนมักจะสลายไปเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะลดการสร้างคอลลาเจนตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป และจะลดลงเรื่อยๆ ปีละ 1% แต่คุณสามารถชะลอความเสื่อมของคอลลาเจนได้ด้วยการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน

คอลลาเจนคืออะไร?

ผิวหนังของเราประกอบไปด้วยคอลลาเจนกว่า 80% โดยคอลลาเจนจะทำงานควบคู่ไปกับอีลาสตินซึ่งช่วยในการยืดหยุ่นของผิวหนังคอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ในผิวหนังชั้นแท้ คอลลาเจนจะทำหน้าที่ยึดเซลล์ผิวกล้ามเนื้อและเอ็นคอลลาเจนจึงเปรียบเสมือนโครงสร้างของผิวที่ช่วยให้ผิวดูตึงเรียบช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพในการยืดหยุ่นของผิวหนังและช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยต่างๆ

คำแนะนำ himalaya black tea eye gel  เมื่อทราบถึงวิธีเสริมสร้างคอลลาเจนด้วยการรับประทานอาหารจากธรรมชาติแล้ว คุณควรดูแลผิวให้ขาวและกระชับเพื่อผิวสวยอย่างสมบูรณ์แบบ คลิกที่นี่สำหรับวิธีทำให้หน้าใสและผิวกายขาวใสที่ปลอดภัยและเห็นผล

อาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและต่อต้านริ้วรอย

รับประทานอาหารที่มีสารสกัดจากโปรตีนธรรมชาติ

คอลลาเจน อาหารทะเล
เช่น ปลาทะเล ปลาหมึก หรือหอยนางรม เป็นต้น อาหารเหล่านี้มีโครงสร้างโมเลกุลที่คล้ายกับคอลลาเจนใต้ผิวหนังของคน จึงสามารถช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนภายใต้ผิวหนัง ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณควรคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลักในการรับประทานอาหารทะเล เนื่องจากอาหารทะเลบางประเภทนั้นมีคอลเลสเตอรอลที่สูง และควรเลือกรับประทานอาหารที่สุกดีแล้วเท่านั้นเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารพิษในอาหาร
หมั่นรับประทานผักใบเขียว

เช่น คะน้า ผักกาดหอม และกะหล่ำปลี ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงให้ผิวเเข็งแรงและช่วยป้องกันการเสื่อมของผิวหนัง

คอลลาเจน คะน้า
รับประทานผักหรือผลไม้ที่มีสีแดง

เช่น มะเขือเทศ พริกหยวก แตงโม หรือมะละกอ ซึ่งมีส่วนประกอบของไลโคปีนที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ผักและผลไม้สีแดงยังช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังช่วยสร้างเกราะป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตที่เป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย
คอลลาเจน มะเขือเทศ
ถั่วเหลืองสามารถช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนได้
คอลลาเจน ถั่วเหลือง
เช่นกัน ถั่วเหลืองยังมีส่วนประกอบของจีนิสตีน (Genistien)ซึ่งเป็นสารในการต่อต้านมะเร็ง คุณสามารถหาสารอาหารจากถั่วเหลืองได้จาก เต้าหู น้ำเต้าหู้ ถั่วงอกหัวโต และเต้าเจี้ยว เป็นต้น ถั่วเหลืองนั้นไม่มีคลอเรสตอรอลและแทบจะไม่มีน้ำตาลจึงสามารถทานได้ง่าย ถั่วเหลืองจะช่วยให้ผิวค่อยๆ เนียนเรียบและเเข็งแรงขึ้น
กรดไขมันไม่อิ่มตัว

ซึ่งสามารถหาได้จาก ปลาแซลมอนซึ่งอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และไขมันไม่อิ่มตัวที่จะทำหน้าที่ในการซ่อมเเซมร่องรอยของผิวหนังที่ถูกทำลาย และยังช่วยป้องกันผิวจากความแห้งกร้าน ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น แลดูสุขภาพดี himalaya black tea eye gel.

เซรั่มบอระเพ็ด ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดผิวขาว

เซรั่มบอระเพ็ด ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดผิวขาว ฟังทางนี้ก่อนที่จะตัดสินใจไปฉีดผิวขาวนะจ๊ะสาวๆ ที่รัก มารู้ถึงประโยชน์และโทษของการฉีดผิวขาวกันก่อนดีกว่าว่าคุ้มไหม? สมัยนี้หันไปก็มีแต่เทรนด์เกาหลีเต็มบ้านเต็มเมือง โฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ขยันคิดก็อปปี้ “…ขาวเหมือนสาวเกาหลี” กันจริ๊งงงง นู่นนี่นั่นก็มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนกันเกลื่อนเมือง เกิดเป็นลัทธิบูชาความขาวกันขึ้นมา หนุ่มๆ ก็ชอบผู้หญิงขาวๆ สาวไทยผิวสีน้ำผึ้งที่ต่างก็แห่แหนหาสารพัดวิธีที่จะทำให้ตัวเองขาวขึ้น ซึ่งหลายคนก็คงคิดว่า การฉีดผิวขาว เป็นทางลัดสำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาวแบบทันตาเห็น แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไป เราอยากลองให้คุณสาวๆ ลองชั่งน้ำหนักจากข้อมูลด้านล่างต่อไปนี้ให้ดีก่อนนะจ๊ะ ว่าการฉีดผิวขาวนั้นมันจะคุ้มค่าไหม จะได้ไม่เสียใจภายหลัง ประโยชน์ของกลูต้าไธโอน 1. เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ช่วยรักษาตับ ต้านพิษจากยาแก้ปวดพาราเซตามอลหรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ 2. ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย 3. ทำให้ผิวขาวขึ้นจริง แต่ไม่ใช่ฉีดปุ๊บ ขาวปั๊บ ต้องมาฉีดซ้ำหลายๆ ครั้ง และต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เซรั่มบอระเพ็ด.

เซรั่มบอระเพ็ด

เซรั่มบอระเพ็ด ข้อควรระวังกับการฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน tinospora serum
1. กลูต้าไธโอนแบบฉีดที่ขายอยู่ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นสินค้าปลอม เพราะไม่มีแหล่งผลิตที่มีอยู่จริง สังเกตได้ว่ากลูต้าไธโอนแบบฉีดหลายยี่ห้อจะมีหลายรุ่นมาก ส่วนผสมในตัวยาเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่กลูตาไธโอนจริงๆ แต่อาจจะเป็นวิตามินซีธรรมดาๆ ซึ่งราคาค่อนข้างถูก
2. เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ฉีดนั้นเป็นหมอหรือพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ เท่าที่เห็นในข่าวส่วนมากที่โดนจับกันก็ไม่ได้มีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสาขานี้ เพราะการฉีดในปริมาณที่มากเกินไปหรือโอเวอร์โดสนั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้นะ ไทโนสปอร่า เซรั่ม
3. สถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ ในที่นำมาใช้ในการฉีดผิวขาว เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสะอาดปลอดเชื้อ และได้รับการฉีดแบบถูกวิธี เพราะถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาผลที่ตามมามันน่ากลัวกว่าที่คิดซะอีก
4. ในบางโรงพยาบาลหรือคลินิกอาจจะมีการลักลอบฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอนปลอม ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีความพยายามต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย เช่น ใช้ชื่อคอร์สในการฉีดผิวขาวอื่นๆ แทนการใช้ชื่อว่าฉีดกลูต้าไธโอนโดยตรง เซรั่มบอระเพ็ด
5.ความสม่ำเสมอและความต่อเนื่องในการฉีดเป็นปัจจัยสำคัญของความขาว บางครั้งก็อาจเกิดความขี้เกียจเลยไม่ได้ไปฉีด เพราะฉะนั้นก็อย่าไปให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมยังเสี่ยงต่อการติดเชื้ออีกด้วยนะจ๊ะ
6. ถึงแม้ว่าการฉีดกลูต้าไธโอนจะทำให้ผิวขาวขึ้นจริง แต่มันก็ไม่จะขาวเกินไปกว่าผิวเนื้อเดิมของสาวๆ หรอกนะจ๊ะ แต่มันจะไปยับยั้งการผลิตเมลานิน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเม็ดสีต่างหาก แถมยังต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล เพราะฉะนั้นหยุดเชื่อคำโฆษณาที่ว่าฉีดแค่เข็มเดียวก็ขาว มันไม่เป็นความจริงเลยค่ะ
7. มีราคาค่อนที่ข้างสูง เช่น สมมติว่าค่าฉีดครั้งละ 2,000 บาท และต้องฉีดทุกๆ 3-7 วันต่อครั้ง ในหนึ่งเดือนอาจจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000-20,000 บาทเลยทีเดียว และต้องฉีดติดต่อกันหลายเดือนด้วยถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน ถ้ารายได้เราเดือนชนเดือนก็อย่าเสี่ยงเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย
8. ตามทฤษฎีแล้วกลูต้าไธโอนจะไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีจะทำให้ผิวหนังได้รับแสงแดดเพิ่มมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง และไม่ได้จำกัดแค่สีผิวเท่านั้น สีผม และสีตาดำของเราก็ต้องมีการสร้างเม็ดสีเช่นกัน ถ้าไม่อยากผมขาวก่อนวัยอันควร และเสี่ยงต่ออากการตาบอดก็คิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจไปฉีดนะจ๊ะ
อันที่จริงสาวไทยผิวสีน้ำผึ้งอย่างเรา เรียกได้ว่าผิวสวยเลยนะ สาวเกาหลีผิวขาวๆ บางคนเขาอิจฉาสีผิวของสาวไทยด้วยนะจะบอกให้ เพราะผิวแทนสำหรับเขาหมายถึงผิวที่ดูสุขภาพดี เป็นสปอร์ตตี้เกิร์ลนะจ๊ะ แต่ถ้าใครอยากผิวขาวจริงๆ ยังมีวิธีที่ดีกว่าการฉีดผิวอีกเยอะแยะมากมาย

อยากขาวทำไงดี? เชื่อว่าคำถามนี้สาวๆ หลายคนล้วนขวนขวายหาคำตอบกันมานักต่อนัก เพราะแสงแดดเมืองไทยร้อนแรง

จึงทำเอาผิวสาวหมองคล้ำดำกร้านง่าย ไหนจะอายุที่มากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวจึงทำงานเสื่อมประสิทธิภาพลง

เราจึงควรให้ความสำคัญกับการขัดผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวในแบบธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน

วันนี้เราจึงหยิบเอา สูตรขัดผิวขาวจากสมุนไพรธรรมชาติ มาฝากสาวๆ ให้ได้ลองนำไปทำตามกันถึง 7 สูตร

แต่ละสูตรมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง สาวคนไหนอยากได้ผิวสวยกระจ่างใสในราคาแสนประหยัด รีบมาติดตามกันเลยนะคะ

สูตรขัดผิวขาวด้วยสมุนไพร มีสูตรใดบ้าง?

เพราะการมี ผิวขาว เป็นความปรารถนาของหญิงสาวทุกคน ครั้นจะให้เนรมิตผิวขาวง่ายๆ ด้วยการฉีดกลูต้า กินอาหารเสริมเพื่อผิวขาวหรือทาครีมตัวขาวก็ตาม

หากแต่เชื่อว่า ยังมีสาวๆ หลายคนที่ไม่อยากหันมาพึ่งพาวิธีเหล่านี้ เพราะนอกจากจะเสียเงินแพงแล้ว ยังเสี่ยงเกิดอันตรายต่อสุขภาพตามมาได้ด้วย

เราจึงยังคงเห็นสาวๆ ยุคใหม่หลายคน ยังคงให้ความสนใจการ ขัดผิวขาวจากวิตถุดิบธรรมชาติ รอบตัว

ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่พลาดกับการมองหา สูตรขัดผิวขาวด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ มาฝาก มีสูตรไหนทำได้อย่างไรบ้าง

สาวคนไหนที่ผิวหมองคล้ำดำกร้าน อยากมีผิวสวยๆ อวดคนรอบตัว บอกเลยห้ามพลาดเด็ดขาด

1.สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก นมสดและน้ำผึ้ง

ให้นำมะขามเปียก 1 กำมือมาผสมกับนมสด 1 แก้ว คนให้ได้แต่เนื้อข้นๆ จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ

คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดตัวจนทั่วเรือนร่าง จากนั้นพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

สำหรับ สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก นั้น จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นถึงผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

และยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิว ทำให้สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดลอกออกจากรูขุมขนได้อย่างอ่อนโยน

หากขัดผิวด้วยสูตนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับประกันเลยค่ะว่า สาวขาวจะค่อยๆ ขาวกระจ่างใสและนุ่มขึ้นได้อย่างใจต้องการแน่นอน

2.สูตรขัดผิวขาวด้วยขมิ้นชันและนมสด

ให้นำขมิ้นชันสดไปขูดหรือบดจนได้เนื้อละเอียด เสร็จแล้วเติมนมสดลงไปผสม คนให้เข้ากันแล้วนำมาขัดผิวจนทั่ว พอกตัวทิ้งไว้ต่อประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างตัวให้สะอาด

สูตรนี้คุณสาวๆ สามารถทำได้เป็นประจำทุกสัปดาห์ๆ ละ 1-2 ครั้ง ผิวของคุณจะขาวใสผุดผ่องเป็นยองใยทีเดียว

เนื่องจากขมิ้นเป็นสุดยอดสมุนไพรเพื่อผิวขาวใสโดยแท้ และยังเป็นที่นิยมในการนำมาปรนนิบัติผิวในสาวๆ สมัยโบราณอีกด้วย

ที่สำคัญยังช่วยลดผดผื่นคันหรือผดร้อนลงได้อีกด้วย มีดีแบบนี้.. พลาดการใช้ขมิ้นเพื่อผิวขาวไม่ได้แล้วนะคะ

3.สูตรขัดผิวขาวด้วยขมิ้น น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว

ให้นำผงขมิ้นชันประมาณ 1 ช้อนโตีะมาผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวอีก 2 ช้อนโต๊ะ คนจนส่วนผสมเข้ากันดี

แล้วนำมาขัดผิวจนทั่วเรือนร่าง จากนั้นพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างตัวให้สะอาด แนะนำให้ทำสูตรนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ผิวพรรณของสาวๆ จะเปล่งปลั่งกระจ่างใสและขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้

4.สูตรขัดผิวขาวด้วยน้ำมะนาว

ให้ผ่ามะนาวครึ่งลูก แล้วบีบเอาแต่น้ำในปริมาณที่เพียงพอกับการนำมาใช้ขัดผิวทั่วทั้งร่างกายของคุณ ตอนใช้ให้นำเปลือกมะนาวที่ผ่าไว้มาชุบกับน้ำมะนาว

แล้วนำมาขัดถูตามผิวทุกส่วนที่ต้องการ เซรั่มบอระเพ็ด ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างตัวออกให้สะอาด เนื่องจากมะนาวมีค่าเป็นกรด AHA จากธรรมชาติ

กรดดังกล่าวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังกระตุ้นการเผยผิวใหม่ที่ขาวใสมาแทนที่

จึงทำให้สาวๆ สังเกตเห็นสภาพผิวที่ผุดผ่องเนียนใสขึ้นได้ภายในทันที แต่เนื่องจากมะนาวมีค่าความเป็นกรดสูงมาก

แนะนำให้ใช้ สูตรขัดผิวขาวด้วยมะนาว สัปดาห์ละครั้งก็พอแล้วค่ะ

5.สูตรขัดผิวขาวด้วยแตงกวา

ปอกเปลือกแตงกวาออกให้หมด แล้วนำไปปั่นจนละเอียด กรองเอาน้ำออกแล้วเอาเฉพาะเนื้อแตงกวาไปแช่ตู้เย็นสักพัก จากนั้นจึงนำมาขัดผิวให้ทั่วเรือนร่าง

เสร็จแล้วให้พอกตัวทิ้งไว้ต่อประมาณ 30-40 นาที จึงล้างออกให้สะอาด สำหรับสูตรขัดผิวขาวด้วยแตงกวานี้ แนะนำให้สาวๆ ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

เพราะแตงกวาเป็นผักที่มีวิตามินหลายชนิดและยังปลอดภัยต่อผิว ที่สำคัญยังถือเป็นสครับจากธรรมชาติชั้นดี ที่จะบำรุงผิวให้ขาวเนียนใส

และนุ่มชุ่มชื้นในตัวพร้อมกัน เนื่องจากมันเปรียบดั่งมอยส์เจอไรเซอร์ธรรมชาติที่มีอานุภาพบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกด้วยนั่นเอง

6.สูตรขัดผิวขาวด้วยมะกรูด น้ำผึ้ง และนมสด

ให้นำผลมะกรูด 1 ลูก มาผ่าครึ่ง คั้นเอาน้ำมาผสมกับนมสด 1 แก้ว และน้ำผึ้งอีก 2 ช้อนโต๊ะ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วจึงนำมาขัดผิวจนทั่วตัว

จากนั้นพอกตัวไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างตัวออกให้สะอาด แนะนำให้ขัดผิวด้วยสูตรนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

คุณสมบัติจากมะกรูดจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก จึงทำให้ผิวที่หมองคล้ำมีสภาพกระจ่างใสนวลเนียนยิ่งขึ้น

ในขณะที่น้ำผึ้งและนมสดจะเข้าไปบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ บอกเลยผิวขาวใสได้อย่างใจแน่นอน

7.สูตรขัดผิวขาวด้วยว่านนางคำ ขมิ้น ว่านไพรและดินสอพอง

ให้นำว่านนางคำ ว่านไพร และขมิ้นมาหั่นให้เป็นชิ้นบางๆ เล็กๆ จากนั้นนำไปตากแดดจนแห้งแล้วบดให้ละเอียด

เวลาจะใช้ขัดตัว ให้นำดินสอพองมาละลายกับน้ำเปล่า หรือน้ำมะนาวก็ได้ จากนั้นเติมส่วนผสมที่บดไว้แล้วลงไปผสมเพิ่ม คนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

แล้วนำมาขัดผิวจนทั่วทั้งตัว เสร็จแล้วให้พอกตัวทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

สำหรับสูตรนี้ แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้งก็จะช่วยให้ผิวพรรณของสาวๆ ขาวผุดผ่องขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ทราบกันไปแล้วนะคะ กับ 7 สูตรขัดผิวขาวในแบบธรรมชาติ เหมาะอย่างมาก สำหรับสาวผิวคล้ำเสียจากแดด หรือแม้ว่าจะดำมาแต่กำเนิด

หากลองทำตามบ่อยๆ สภาพผิวก็ย่อมกระจ่างใส นวลเนียนจนน่าสัมผัสแน่นอน เพียงเลือกใช้สมุนไพรที่หาง่ายรอบตัวมาเป็นหนึ่งใน สูตรขัดผิว ผสมกับนมสด และน้ำผึ้งเพิ่มเติม

งานนี้นอกจากผิวขาวใสขึ้นแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นได้อีกด้วย อยากสวยในราคาแสนประหยัด ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์กันด้วยนะคะสาวๆ เซรั่มบอระเพ็ด.

โสมปู่เซิน สภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพ

โสมปู่เซิน สภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แบ่งออกเป็นห้ากลุ่มหลัก ดังนี้ (ตรงนี้ผมว่าสำคัญมาก)โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด ปัญหาการไหลเวียนของกระแสเลือด ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังอัณฑะ รวมถึงการแข็งตัวของเส้นเลือดแดง (atherosclerosis) โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง การดำรงชีวิต การสูบบุหรี่ (จะยิ่งส่งผลร้ายต่อปัญหาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง) การดื่มสุราจัด และการใช้สารเสพติด (ลดบ้างก็น่าจะช่วยได้เยอะครับ) ความผิดปกติของระบบประสาท และบาดแผล อันเป็นผลจากการได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และกระดูกเชิงกราน การผ่าตัด ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการรักษาด้วยการฉายรังสี การรักษาด้วยยาบางประเภท ยกตัวอย่างเช่นที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง อาการซึมเศร้า และยาบางตัวสำหรับการรักษาโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร (gastric ulcers) และโรคมะเร็ง หย่อนสมรรถภาพ2 โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พบบ่อย และก่อให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวันในหลายด้าน ผู้ชายทั่วโลกเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากกว่า 100 ล้านคน ประมาณว่า 52% ของชายอายุ 40-70 ปี มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง ในหมู่คนเหล่านี้จำนวนมากจะก่อให้เกิดปัญหาความเครียดที่กระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมา และอาจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าสูญเสียความนับถือตัวเอง และมองภาพตัวเองไม่ดี โสมปู่เซิน.

โสมปู่เซิน

โสมปู่เซิน เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วก็ไม่ต้องวิตกกังวลไปครับ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่นำพาโรคนี้มาสู่เรา ในปัจบันมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการหย่อนสมรรถภาพมากมายให้เลือกใช้ ถึงจะบอกไม่ได้ว่าจะหายขาดแต่ก็ช่วยบรรเทาได้ บวกกับเราดูแลสุขภาพดีๆ เท่านี้ผมว่าผู้ชายอย่างเราก็คงยิ้มได้ไปอีกนาน

โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ Erectile Dysfunction (ED) ในผู้ชาย หมายถึงการที่ไม่สามารถที่จะทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว หรือคงสภาพการแข็งตัว ได้เป็นเวลานานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามปกติได้ บางคนอาจจะหลั่งเร็ว บางคนอาจจะมีอาการปวดเวลาหลั่ง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอ โสมปู่เซิน

การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาความผิดปกติทางเพศที่พบในเพศชาย ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ความจืดชืดของลีลารักระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โรคประจำตัวหรืออาการเจ็บป่วย การรับประทานยาบางอย่างเช่น ยารักษาภาวะซึมเศร้า ยานอนหลับ อาจมีผลทำให้เกิดการเสื่อมสมรรภาพทางเพศได้

การแข็งตัวขององคชาติเกิดขึ้นได้อย่างไร

อวัยวะเพศของผู้ชายประกอบไปด้วยท่อสามท่อเหมือนพองน้ำเรียกว่า corpus carvernosum สองท่อวิ่งขนานกับท่อปัสสาวะ อยู่ด้านบน และ corpus spongiosum 1 ท่อวิ่งอยู่ด้านล่าง เมื่ออ่อนตัวความยาวอยู่ประมาณ 8.8 ซม.เมื่อได้รับการกระตุ้นเลือดจะเข้าท่อฟองน้ำทำให้มันสามารถขยายได้มากถึง 7 เท่าทำให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้นและแข็งตัวขึ้นและมีความยาว 12.9 ซม.ตราบเท่าที่ยังมีการตื่นเต้นทางเพศอวัยวะเพศก็ยังแข็งตัว แต่เมื่อมีการหลั่งเลือดออกจากอวัยวะเพศทำให้มีการอ่อนตัว

และการที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวได้ ผู้ชายต้องมีความรู้สึกต้องการทางเพศซึ่งเกิดจากการที่สมองได้รับการกระตุ้นซึ่งอาจจะเกิดจากรูป กลิ่น เสียง สัมผัส และจากความคิด ส่งผ่านความรู้สึกต้องการทางเพศนั้นไปยังประสาทไขสันหลังและไปกระตุ้นอวัยวะเพศทำให้เลือดไหลเข้าอวัยวะเพศ หลอดเลือดที่อวัยวะเพศต้องมีการขยายตัวเลือดจึงจะเข้าในอวัยวะเพศได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากมีปัจจัยมากระทบกลไกทั้งสามก็จะทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

การที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวได้ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศต้องไม่ตีบ เพราะการที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวต้องมีเลือดไปคั่ง หากมีหลอดเลือดแดงแข็งเลือดก็ไม่สามารถไปเลี้ยงได้อย่างเต็มที่ ภาวะที่ทำให้หลอดเลือดแข็งได้แก่ ผู้ที่สูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ระบบประสาทส่วนปลายซึ่งเป็นระบบที่จะรับความรู้สึกที่เกิดจากการสัมผัสทางร่างกาย ระบบไขสันหลังซึ่งเป็นระบบที่จะเชื่อมโยงการรับความรู้สึกจากประสาทส่วนปลายไปยังประสาทส่วนกลางและถ่ายทอดคำสั่งมายังองคชาติ ระบบประสาทส่วนกลางซึ่งประกอบด้วยสิ่งเร้าทั้งหลาย เช่น การเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น รวมทั้งจิตนาการณ์และประสบการณ์ในอดีต จิตก็เป็นเรื่องสำคัญ ใครที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้

สาเหตุที่พบบ่อยของการเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ผู้ชายหลายคนคิดเอาเองว่าการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นเป็นไปตามอายุที่มากขึ้นโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นมักเกิดจากสาเหตุทางสุขภาพอื่นๆ จากยา หรือ นิสัยกิจวัตรที่ทำให้รบกวนการไหลของกระแสโลหิต สาเหตุทางสุขภาพบางอย่างข้างต้นเกิดได้บ่อยในผู้ชายที่สูงอายุก็จริง แต่อายุที่มากขึ้นอย่างเดียวนั้นไม่ใช่สาเหตุของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ไม่ว่าสาเหตุของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของคุณมาจากอะไร สิ่งที่ต้องตระหนักคือว่าไม่ได้มีคุณคนเดียวเท่านั้นที่มีอาการเช่นนี้ ยังมีผู้ชายทั่วโลกอีกมากกว่า 152 ล้านคนที่ประสบกับอาการดังกล่าว และประสบกับความทุกข์ทรมานที่คุณและคู่ครองประสบอยู่จากภาวะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ข่าวดีก็คือว่า การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นมีทางรักษาได้ และวิธีการต่างๆ ที่ใช้รักษานั้นนับวันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรวมถึงวิธีการใหม่ ที่หลายคนพบว่ามีประสิทธิภาพสูงและใช้ง่าย ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพของท่าน เพื่อศึกษาถึงวิธีการรักษาใหม่ๆ เหล่านี้

ปัญหาด้านสุขภาพที่ก่อให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

เบาหวาน
เบาหวานถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และคนไข้ชายที่เป็นเบาหวานจำนวนมากมายก็ประสบปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (คนไข้เหล่านี้มักจะมีแนวโน้มในการเกิดปัญหานี้ในขณะอายุน้อยกว่าผู้ชายทั่ว ๆ ไปด้วย) โสมปู่เซิน นอกจากนี้ ผู้ชายที่มีโรคเบาหวานจะมีโอกาสเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากกว่าผู้ชายทั่วไปถึง 4 เท่า

ความดันโลหิตสูง
การมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหนึ่งของการที่หลอดเลือดเกิดการแข็งและตีบตันได้ ทำให้โลหิตที่ไหลไปสู่องคชาติลดน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามมา นอกจากนี้ยาหลายชนิดที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูง อาจมีส่วนทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย

โรคหัวใจและการมีไขมันคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดสูง
เช่นเดียวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและการมีโคเลสเตอรอลสูงอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของโลหิตไปที่องคชาติ ทำให้เกิดปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ผู้ชายที่มีโรคหัวใจจะมีโอกาสเกิดภาวะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากกว่าผู้ช่วยทั่วไปถึง 2 เท่า

ภาวะซึมเศร้า
โรคซึมเศร้า ร่วมกับภาวะความเครียด กังวล กลัวความล้มเหลว อาจมีส่วนทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ในขณะเดียวกันผู้ชายที่มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะสาเหตุทางกายภาพอาจรู้สึกซึมเศร้า เครียด และวิตกกังวล

การผ่าตัดต่อมลูกหมาก
การผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจเป็นสาเหตุของการเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้โดยไม่ตั้งใจ โดยการทำให้เส้นประสาท และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณใกล้ๆ ต่อมลูกหมากเสียหายส่งผลต่อการแข็งตัวขององคชาติ

ภาวะทางสุขภาพอื่นๆ
สภาวะทางสุขภาพอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดปัญหา ED คือ
– โรคไต
– พิษสุราเรื้อรัง
– multiple sclerosis โสมปู่เซิน.

phyto sc plus ลดรอยตีนกาวิธีลบรอยตีนกาการรักษารอยตีนกา

phyto sc plus ลดรอยตีนกาวิธีลบรอยตีนกาการรักษารอยตีนกา การผ่าตัดรอยตีนกา การผ่าตัดจะใช้วิธีการฉีดยาชา โดยหลักการแล้วจะเป็นการผ่าเข้าไปดึงผิวหนังบริเวณตีนกาให้ตึงขึ้น และทำการตัดกล้ามเนื้อบริเวณหางตา ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยตีนกา การลบรอยตีนกาด้วยการผ่าตัด เป็นวิธีที่สามารถช่วยลบเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาวหลายปีโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดบ่อย ๆ หลังจากผ่าตัดเสร็จจะมีอาการบวมเล็กน้อยที่บริเวณขมับ และจะมีแผลผ่าตัดที่บริเวณหนังศีรษะตรงขมับทั้ง 2 ข้าง ยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร (เมื่อแผลหายแล้วจะไม่เห็นแผลเป็นครับ เพราะแผลจะถูกปิดไปด้วยเส้นผมนั่นเอง) เมื่อทำการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล สามารถสระผมได้หลังการผ่าตัด 2 วัน แล้วแพทย์จะนัดตัดไหมหลังการผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน การผ่าตัดยกคิ้ว สำหรับคนที่มีปัญหามีรอยตีนกาและหนังตาหย่อนหรือหนังตาตกร่วมด้วย คุณอาจเลือกใช้วิธีการผ่าตัดยกคิ้วเลยก็ได้ เพราะหมอจะยกคิ้วขึ้นด้วยการผ่าที่บริเวณคิ้วส่วนปลายแผลยาวเพียง 1 เซนติเมตร เพื่อดึงชั้นใต้ผิวหนังเหนือคิ้วให้รั้งขึ้นไป จึงช่วยทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นตึงขึ้น รอยตีนกาที่เคยมีและหนังตาที่เคยตกก็จะเลือนหายไปได้อย่างถาวร เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัวเลยทีเดียว และหมอจะสามารถตัดไหมได้ในช่วง 7-10 วัน จากนั้นแผลก็จะค่อย ๆ หายสนิทภายใน 2 สัปดาห์ ร่องรอยการผ่าตัดเล็ก ๆ ก็จะถูกขนคิ้วบดบังไว้และไม่โผล่มาให้เห็นอย่างแน่นอนครับ phyto sc plus.

phyto sc plus
phyto sc plus ริ้วรอยตีนกา ไฟโตเอสซี พลัส
เลเซอร์รักษารอยตีนกา จะเป็นการรักษาด้วยเลเซอร์ในกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน อย่าง Laser Resurfacing ที่มีอยู่หลายแบบด้วยกันตั้งแต่การใช้คาร์บอนไดออกไซด์ไปจนถึงเลเซอร์ เลเซอร์จะถูกส่งลงบนผิวหนังหลาย ๆ ครั้งจนกระทั่งถึงผิวหนังชั้น Dermis โดยจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้รอยย่นที่ลงลึกค่อย ๆ จางลง เห็นผลได้ดีกับริ้วรอยที่ไม่ลึกมากนัก แต่การทำเลเซอร์จะค่อนข้างเห็นผลช้าอย่างน้อยประมาณ 2-3 เดือน และจำเป็นต้องทำซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง ส่วนด้านล่างคือภาพก่อนและหลังทำเลเซอร์ 4 ครั้ง ระยะเวลา 6 เดือน ด้วย Fraxel laser ครับ phyto sc plus
ลดริ้วรอยตีนกา
สรุป การรักษารอยตีนกาคุณจะต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองให้ได้ก่อน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง บำรุงผิวรอบดวงตาด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ ทำทรีตเมนต์บ้างสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหารอยตีนกาตื้น ๆ ได้ครับ แต่ถ้าเป็นรอยตีนกาลึกก็ขอแนะนำให้ไปฉีดโบท็อกซ์จะดีกว่าครับ เพราะเห็นผลทันใจ ราคาไม่แพงมากนัก ถ้าอยากลบรอยตีนกาให้หายไปอย่างถาวรก็ลองปรึกษาแพทย์เรื่องการผ่าตัดดูครับ (โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไรครับ เพราะมันดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ) ยังไงก็ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติและเลือกใช้กันดูนะครับ รับรองได้เลยว่าคุณจะมีผิวรอบดวงตาที่เต่งตึง แบบที่กาตัวไหนก็ไม่บินมาฝากรอยเท้าเอาไว้ได้อีกเลยล่ะ

เมื่ออายุก้าวมาถึงจุดหนึ่ง สักช่วง 20 ปลาย ๆ จากผิวหน้าที่เคยใสกิ๊งตึงเปรี๊ยะ ก็เริ่มจะสังเกตเห็นริ้วรอยจาง ๆ ผุดขึ้นมาทักทายบนผิวหน้ากันบ้างแล้วล่ะค่ะ ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ยังไม่ลึกมากแบบนี้ ถึงจะไม่ได้ดูน่าเกลียดมากมาย แต่ถ้าไม่รีบไหวตัวรับมือจัดการกับปัญหามันจะกลายเป็นริ้วรอยลึกได้ในไม่ช้าแน่นอน ฉะนั้นสาว ๆ ห้ามชะล่าใจ รีบจัดการผิวหน้าเสียตั้งแต่สังเกตเห็นริ้วรอยจาง ๆ เส้นแรกปรากฏขึ้นมาเลยดีกว่า ด้วย 7 วิธีง่าย ๆ ที่สามารถจัดการริ้วแรกแรกบนใบหน้าได้ชะงัดตามนี้เลย

ผิวสวย 1. โจโจบาออยล์

เริ่มดูแลผิวขั้นเริ่มต้นด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโจโจบาออยล์อย่างเข้มข้นในการบำรุงผิว ด้วยคุณสมบัติของโจโจบาออยล์ที่เข้าฟื้นฟูเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวดูฟูขึ้น ริ้วรอยจาง ๆ จึงหายไป แถมผิวยังชุ่มชื้นนุ่มนิ่มมาก ๆ อีกด้วยล่ะ

ผิวสวย 2. อะโวคาโด

สลัดชามต่อไปของคุณอย่าลืมหั่นอะโวคาโดเพิ่มลงไปด้วยนะคะ เพราะว่าอะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์ มีคุณสมบัติในการทำให้ผิวเต่งและฟูขึ้นได้เช่นกัน แต่ถ้ากินจนเบื่อแล้วลองสลับกับนำอะโวคาโดมาทำเป็นมาส์กสำหรับผิวหน้าดูบ้างก็ได้นะ เมื่อทำเป็นประจำ ริ้วรอยที่เคยสังเกตเห็นก็จะค่อย ๆ โบกมือลาไป

ผิวสวย

ผิวสวย 3. อย่าลืมใช้ครีมกันแดดทุกวันนะ

ถ้าอยากให้ริ้วรอยจาง ๆ ที่โผล่มาทักทายเก็บกระเป๋าหายไปจากผิวหน้าคุณล่ะก็ นอกจากจะเน้นการบำรุงฟื้นฟูแล้ว ก็ยังต้องเน้นการปกป้องผิวด้วย โดยเฉพาะการปกป้องผิวจากรังสีทั้ง UVA และ UVB ในแสงแดด ที่สามารถทำให้ผิวกร้านหยาบ แห้ง ทำให้ริ้วรอยชัดและลึกกว่าเดิม คุณจึงต้องสร้างปราการปกป้องผิวในทุก ๆ วันด้วยการทาครีมกันแดด รวมถึงเลือกใช้เครื่องสำอางที่ผสมสารกันแดดด้วยค่ะ

ผิวสวย 4. ลดพฤติกรรมสาวนักดริ๊งค์ลง

หากคุณเป็นสาวสังคมเพื่อนฝูงเยอะแยะ ก็คงจะมีงานปาร์ตี้หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ให้ต้องปลีกตัวไปร่วมงานมากมาย และคงเลี่ยงไม่ได้กับเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์หรือค็อกเทลต่าง ๆ แต่รู้ไหมคะว่าแอลกอฮอล์นี่เป็นศัตรูตัวร้ายกับผิวเลยเชียวนะ ถ้าดื่มบ่อย ๆ และเยอะ ๆ ผิวมีแต่จะโทรมลงเหี่ยวลงทุกวัน ฉะนั้นสาว ๆ จึงควรลดการดื่มของตัวเองลง ปรับเปลี่ยนเป็นจิบนิด ๆ หน่อย ๆ ดีกว่า แล้วเน้นไปที่การดื่มน้ำเปล่าแทน เพราะน้ำเปล่านี้ล่ะที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิวจ้ะ

ผิวสวย 5. สครับผิวกันบ้างดีกว่า

การสครับผิวหน้าเป็นการช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป เผยผิวใหม่ที่สดใสกว่า และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้ด้วย phyto sc plus จะได้มาช่วยเติมร่องริ้วรอยให้ตื้นและเรียบขึ้น รวมถึงยังเปิดทางให้สารบำรุงจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าเดิม

ผิวสวย

ผิวสวย 6. สูตรมาส์กหน้ากำราบริ้วรอย

จัดการริ้วรอยตื้น ๆ บนผิวหน้า ด้วยมาส์กจากธรรมชาติที่มีส่วนผสมของ น้ำมันมะพร้าว+น้ำแครอท+น้ำบีทรูท ได้เป็นมาส์กเนื้อเหลว ใช้ทาทั่วใบหน้าแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด มาส์กสูตรนี้จะช่วยให้ผิวสดใส ชุ่มชื่น และเต่งตึงขึ้น

ผิวสวย 7. นวดหน้ากระตุ้นการไหวเวียนโลหิต

ใครไม่ค่อยได้นวดผิวหน้าตัวเองก็ลองมาทำกันดูนะคะ จะนวดตอนล้างหน้า มาส์กหน้า หรือตอนทาครีมบำรุงก็ได้ โดยใช้ปลายนิ้วนวดวนไล่จากแก้มสู่คาง แล้ววนขึ้นมาที่หน้าผากจนถึงขมับ การนวดนี้จะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตใต้ผิวหนังเดินได้สะดวก เลือดจึงลำเลียงทั้งสารอาหารและออกซิเจนมาสู่เซลล์ผิวได้เต็มที่ ผิวหน้าจึงดูเต่งตึงสดใส เมื่อทำเป็นประจำก็ช่วยให้ริ้วรอยจาง ๆ หายไปได้ด้วยนะ
ริ้วรอยแรกที่ปรากฏขึ้นมา อาจทำให้คุณตกอกตกใจว่าถึงวัยที่จะแก่แล้วหรือ แต่หากคุณไหวตัวทันและจัดการกำราบริ้วรอยจาง ๆ นี้ให้อยู่หมัดเสียตั้งแต่ต้น ก็รับรองเลยว่าจะยืดอายุให้ผิวสวยเรียบเนียนไปได้อีกนานหลาย ๆ ปีเลยค่ะ phyto sc plus.

all clear vitamin หลุมสิว นับว่าเป็นปัญหากวนใจของคน

all clear vitamin หลุมสิว นับว่าเป็นปัญหากวนใจของคนที่ปล่อยให้สิวอักเสบมันลุกลามจนกินพื้นที่ลึกลงไปถึงเนื้อใน ถึงขั้นทำให้เนื้อหายจนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ ส่วนบางคนก็พลาดหนักยิ่งกว่านั้น คือพยายามบีบสิวอย่างผิดวิธีจนทำให้สิวอุดตันธรรมดา ๆ กลายเป็นสิวอักเสบ พร้อมกับไปกระตุ้นสิวนั้นให้รุนแรงหนักกว่าเดิม ถ้าจะบอกว่าหลุมสิวมันเกิดจากตัวคุณเองก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะความจริงแล้วทางป้องกันที่ดีที่สุด คือ การพยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองมีสิวอักเสบ หรือถ้าเป็นแล้วก็ต้องรีบหาทางปฏิบัติเพื่อทำให้สิวอักเสบยุบเร็วขึ้นโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ แต่ถ้าเราเจอกันช้าไป จนคุณพลาดไปมีหลุมสิวอยู่บนใบหน้าแล้ว ก็ไม่เป็นไร ค่อย ๆ แก้ไขกันต่อไป แม้ว่าเราจะไม่สามารถทำให้ผิวเติมเต็มหลุมได้เหมือนเดิม 100% แต่เราก็สามารถทำให้เซลล์เนื้อเยื่อใหม่ฟื้นฟูและเติมเต็มหลุมได้ถึง 70-80% ระดับความรุนแรงของหลุมสิว ระดับ Ice pick scar (ระดับรุนแรงที่สุด) หลุมสิวระดับนี้จะเป็นหลุมลึก มีปากแคบ รักษาได้ยากมาก เพราะแนวหลุมเป็นไปในทางลึก กว่าผิวจะฟื้นฟูจนเต็มคงต้องใช้เวลานานในการรักษา ซึ่งหลุมระดับนี้ใช้ยาทาก็มักจะเอาไม่อยู่ แต่ทำได้แค่ช่วยให้รอยมันตื้นขึ้นมาเท่านั้น all clear vitamin.

all clear vitamin
all clear vitamin หลุมสิวระดับรุนแรง

ระดับ Box scar (ระดับรุนแรงปานกลาง) หลุมสิวระดับนี้จะมีลักษณะเป็นบ่อ มีขอบชัดเจนและมีขอบเขตกว้างกว่าระดับ Ice pick scar แต่จะมีความตื้นมากกว่า เพราะมันจะกินความลึกแค่ชั้นผิวเท่านั้น ไม่ได้กินไปจนถึงชั้นรูขุมขน หลุมสิวระดับนี้ เราสามารถใช้ยาทาควบคู่ไปกับการทำทรีตเมนต์ได้ ซึ่งรอยหลุมอาจจะเหลือร่องรอยจุดด่างดำอยู่บ้าง แต่ถ้าคุณตั้งใจดูแลและรักษาให้ดี ก็ค่อนข้างจะให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจหลังการรักษา ออลเคลียร์วิตามิน
หลุมสิวระดับรุนแรงปานกลาง

ระดับ Rolling scar (ระดับทั่วไป) หลุมสิวระดับนี้จะมีลักษณะเป็นหลุมสิวแบบตื้น ๆ เป็นแอ่งเว้าลงไป กินพื้นที่แค่ส่วนบนของผิวเพียงเล็กน้อย ซึ่งหลุมระดับนี้มักจะเกิดจากการแกะเกาสิวที่อยู่ในระดับที่ไม่ลึกมากนัก และทำการรักษาได้ง่ายกว่าระดับอื่น ๆ คุณสามารถใช้ยาทาในการเติมเต็มเนื้อผิวได้ all clear vitamin
หลุมสิวระดับทั่วไป

ขนาดความกว้าง ความลึก และลักษณะของหลุมสิวแต่ระดับ

ระดับหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว
การรักษาหลุมสิวบนใบหน้า จะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบใหญ่ ๆ คือ การรักษาด้วยการทายา (เป็นการรักษารอยหลุมตื้น ๆ ซึ่งมักจะเป็นรอยหลุมระดับทั่วไป (Rolling scar) ยาที่นำมาใช้ทำให้ผิวตื้นขึ้นก็จะมีหลายชนิดด้วยกัน), การรักษาด้วยการรับประทานยา (เป็นยาที่สกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือ RETINOIDS) และ การรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ (เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่มีหลุมสิวขนาดใหญ่มหึมาจนยาทาและยากินก็ช่วยไม่ไหว หรือเรียกได้ว่าเป็นหลุมลึกแบบ Ice pick scar และ Box scar ซึ่งเป็นการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการทายาและครีมบำรุงร่วมด้วย) ซึ่งการรักษาแต่ละแบบอาจถูกนำมาใช้ในกรณีที่มีหลุมลึก หรืออาจใช้ร่วมกันบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกสถานเสริมความงาม คุณต้องมั่นในว่าสถานที่ที่คุณเลือกนั้นใช้วิธีการที่ อย. รับรอง และมีการให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ถ้าไม่แน่ใจก็ลองค้นหาข้อมูลในเน็ตหรือใน pantip ดูก็ได้ เผื่อได้ข้อมูลอะไรดี ๆ ประกอบการตัดสินใจของคุณ มาดูกันเลยว่ามีวิธีไหนบ้าง

แต้มกรด TCA การใช้กรด TCA เพื่อช่วยเร่งผิวใหม่ให้เกิดการแบ่งตัวเร็วขึ้น มันจึงช่วยทำให้รอยหลุมค่อย ๆ ตื้นขึ้น หากเราทำอาทิตย์ละครั้งจะมีระยะเวลาเห็นผลประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งการทานั้นจะเป็นการแต้มเฉพาะรอยหลุมที่เป็นเท่านั้น เพราะกรด TCA จะทำให้ผิวเป็นสะเก็ดดำ ๆ ถ้าใจไม่แข็งจริง คุณอาจถอดใจได้ง่าย ๆ เลย
การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด ไม่ว่าจะเป็น AHA, BHA, PHA เพื่อเป็นการช่วยทำให้เซลล์ผิวหนังด้านบนหลุดออก และเกิดการซ่อมแซมและทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
กรดวิตามินเอ สำหรับคนที่กลัวการเป็นสะเก็ดและไม่รีบร้อนในการรักษา คุณสามารถใช้ยาทาอีกตัวที่ช่วยให้หลุมดูตื้นขึ้นมาได้ นั่นก็คือ “กรดวิตามินเอ” โดยนำมาทาบนรอยหลุมเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และยังสามารถทาได้บ่อยกว่ากรด TCA อีกด้วย เพราะสามารถทาได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ทายาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น Retin A เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
ทาครีมลบรอยแผลเป็น การทาครีมลบรอยแผลเป็นและริ้วรอยที่มีส่วนผสมของวิตามินอี, AHA, BHA ก็สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้เช่นกัน
สกินแคร์ต่าง ๆ นอกจากตัวยาที่กล่าวมา สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินอี และ BHA ก็สามารถช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวได้เช่นกัน เพราะมันจะสามารถช่วยทำให้ผิวเนื้อค่อย ๆ ตื้นขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจ
advertisement M32
การรับประทานยาที่สกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ (RETINOIDS) ในกรณีนี้มักถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อคุณมีปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปัญหาสิว เพราะยาที่ถูกนำมาใช้มักจะเป็นยาในกลุ่มของกรดวิตามินเอ อย่าง Roaccutance, Acnotin, Isotretinoin ซึ่งยาในกลุ่มนี้สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้สร้างผิวใหม่เพื่อช่วยเติมเต็มรอยหลุม และยังช่วยควบคุมความมันได้อีกด้วย แต่เนื่องจากยาชนิดนี้เป็นยาทานที่มีผลต่อไขมันทั่วร่างกาย ระหว่างใช้อาจทำให้ตาแห้ง ผิวแห้ง ปากแห้งได้ ดังนั้นการใช้ยาในกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ อย่าไปซื้อมากินเอง เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณได้ นอกจากนี้ การรับประทานวิตามินซีก็อาจจะช่วยได้บ้างในกรณีหลุมสิวยังไม่เป็นพังผืด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีนี้ก็ไม่สามารถคาดหวังผลในการรักษาได้ครับ เพียงแต่เป็นตัวช่วยเสริมเท่านั้น
Skin Needing คือ การรักษาแบบที่ใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมากจิ้มลงไปในผิวเพื่อผ่านตัวยาเข้าไปในผิว จึงทำให้ผิวสร้างตัวและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น หลุมจึงเต็มไวขึ้น ซึ่งการรักษาแบบนี้ในอดีตนั้นจะใช้วิธี Dermaroller ซึ่งไม่ได้รับการรับรองจาก อย. เนื่องจากการดูแลความสะอาดของอุปกรณ์เป็นไปได้ยาก หลัง ๆ มาจึงมีการเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือประเภทอัตโนมัติที่มีการทำงานคล้ายคลึงกันแทน อย่าง Dermpoint และ Tri-m (รูปนี้เป็นรูปก่อนและหลังทำ Dermaroller ครับ)
ทำ dermaroller
การทำ Subcision (เลาะพังผืดใต้หลุมสิว) วิธีนี้แพทย์จะใช้เข็มลักษณะพิเศษที่มีคุณสมบัติในการตัดผิวหนังที่เรียกว่า เข็ม Nokor โดยแพทย์จะสอดเข็มลงไปใต้ผิวหนังเพื่อทำการตัดพังผืดใต้ผิวหนัง แล้วทำการเซาะทีละหลุม ๆ ค่อย ๆ ทำไปจนทั่วใบหน้า หลังการทำจะมีแผลแต่ละรอยเข็มที่ทำ ผิวหนังที่โดนเซาะจะมีเลือดออกและอาจม่วงช้ำอยู่ประมาณ 1-2 อาทิตย์ หลังจากนั้นหลุมสิวก็จะตื้นขึ้น แต่วิธีนี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการติดเชื้อใต้ผิวหนัง เกิดเป็นแผลใหม่ และกลายเป็นแผลเป็นนูนจากการรักษา จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเพราะผลที่ได้อาจไม่คุ้มกับความเจ็บตัว
Subcision
ฉีดฟิลเลอร์เติมหลุมสิว เป็นอีกวิธีที่เหมาะกับการรักษาหลุมสิวระดับทั่วไปในระดับตื้นถึงลึกปานกลาง ฟิลเลอร์ (Filler) นั้นเป็นชื่อที่ใช้เรียกแทน “สารเติมเต็ม” โดยสารที่นิยมนำมาใช้กันมากก็คือ ไฮยาลูรอนิก เอซิด (Hyaluronic Acid) เนื่องจากจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่าคอลลาเจน ส่วนใหญ่แล้วการรักษาด้วยวิธีนี้จะค่อนข้างได้ผลประมาณ 30-70% เลยทีเดียว เพราะมันเป็นการฉีดสารเข้าไปเพื่อเติมเต็มรอยหลุมในทันที all clear vitamin ไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายสร้างเนื้อขึ้นมาเอง แต่การฉีด 1 ครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี เพราะมันเป็นสารที่สามารถเสื่อมสลายไปได้เอง (แบบชั่วคราวจะมีความปลอดภัยกว่าแบบถาวร)
กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion – MD) การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี เป็นอีกวิธีที่ช่วยทำให้หลุมตื้น ๆ เต็มได้ไวขึ้น การรักษาไม่ทำให้เกิดแผลแต่อย่างใด แต่ต้องทำหลายครั้ง และผลที่ได้อาจไม่ค่อยทันใจเท่าไรนัก เหมาะสำหรับหลุมสิวประเภทระดับ Rolling scar และ Box scar
กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี
การใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF) เป็นการส่งพลังงานเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เครื่องมือที่ใช้ก็มีหลายแบบด้วยกันครับ อย่างเช่นเครื่อง E-matrix ที่มีประโยชน์ในด้านการยกกระชับใบหน้าด้วย ส่วนตัวคิดว่า ในปัจจุบันเครื่องนี้สามารถให้ผลในการรักษาหลุมสิวได้มากที่สุด หรือประมาณ 70-80% หากทำประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นไป อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อย แต่ที่สำคัญคือราคาทำค่อนข้างแพง ส่วน RF แบบอื่น ๆ ก็มีอีกเยอะครับ เพียงแต่ผมเห็นว่าตัวนี้น่าจะรักษาหลุมสิวได้ดีที่สุด (รูปนี้เป็นรูปก่อนและหลังทำด้วยเครื่อง E-matrix ครับ)
E-matrix
การทำ IPL สามารถใช้ได้ดีกับหลุมสิวระดับทั่วไป (Rolling scar) ถ้านำไปใช้กับหลุมสิวแบบอื่นอาจเห็นผลช้ามากหรือแทบไม่เห็นผลเลย โดย IPL จะเป็นการใช้คลื่นแสงที่มีความเข้มข้นเพื่อเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน โดยระยะของแสงจะต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาผิวเท่านั้น ถ้าหากการปรับนี้ทำโดยผู้ไม่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง การรักษาก็อาจจะไม่ได้ผลหรืออาจทำให้หน้าไหม้ได้
เลเซอร์หลุมสิว เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งการทำเลเซอร์นั้นสามารถทำให้คอลลาเจนใต้ผิวถูกกระตุ้นให้สร้างตัวมากขึ้นเพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เช่น เลเซอร์ Yag เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดีกว่าและมีประสิทธิภาพดีกว่าการทำ IPL การทำเลเซอร์แบบนี้อาจทำให้เจ็บและมีสะเก็ดแผลเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเวลาทำจึงจำเป็นต้องทายาชาช่วย ถ้าเลือกจะทำวิธีนี้ คุณควรงดออกจากบ้านประมาณ 1 สัปดาห์ และถนอมผิวหน้าไม่ให้เจอแสงแดด แล้วผิวหน้าของคุณก็จะเรียบเนียนขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้
เลเซอร์ Fractional CO2 เป็นอีกเลเซอร์ที่ให้ผลดี มีความรุนแรงมาก เป็นตัวช่วยให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ผลของเลเซอร์ชนิดนี้สามารถตัดพังผืดแบบแนวดิ่งได้ดี แต่ก็ทำลายผิวชั้นบนไปมากเช่นกัน เรียกได้ว่า ข้อดีข้อเสียพอ ๆ กัน คนที่คิดจะทำเลเซอร์ชนิดนี้ต้องทำใจไว้เลยว่า หน้าจะเยินไปเป็นเดือนสองเดือน จึงใช้เวลาพักฟื้นยาวนาน ก่อนที่ผิวจะค่อย ๆ เริ่มสร้างตัวขึ้นใหม่อย่างธรรมชาติ แต่ก็ได้ผลดีในการรักษาหลุมสิวเกือบ ๆ 70%
เลเซอร์-Fractional-CO2
เลเซอร์ Fraxel โดยใช้เครื่อง Fraxel restore Laser และ Fine scan Laser (ส่วนตัวคิดว่าเครื่อง Fraxel Laser สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเครื่อง Fine Scan Laser) เป็นเลเซอร์อีกวิธีที่ได้ผลดีสมราคา ต้องจ่ายเงินค่อนข้างแพง วิธีนี้จะเป็นการใช้คลื่นแสงที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากไปกระตุ้นเซลล์ผิวให้ช่วยกันซ่อมแซมบริเวณผิวที่เป็นหลุม โดยปกติแล้ว 1 คอร์สจะมี 4 ครั้ง หลังการรักษาจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด และต้องเตรียมใจรับความเจ็บบริเวณใบหน้าเอาไว้ด้วยล่ะ วิธีนี้คุณสามารถคาดหวังผลในการรักษาหลุมสิวได้ประมาณ 50-70% หากทำการรักษาตั้งแต่ 10 ครั้งขึ้นไป
เลเซอร์-fraxel
ศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว (Punch Excision & Grafting) เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่หาย เป็นหลุมสิวไม่มากนัก แต่เป็นหลุมลึกและกว้าง โดยวิธีการรักษาหลุมสิวแบบนี้จะแบ่งย่อยเป็น 4 วิธี คือ
Punch excision เป็นการผ่าตัดรอยหลุมสิวออก แล้วเย็บแผลให้ติดกัน ทำได้กับหลุมสิวระดับ Box scar &Ice pick scar ,
Punch elevation เป็นการผ่าตัดหลุมสิวโดยยกเนื้อบริเวณหลุมสิวขึ้นมาให้เท่ากับเนื้อผิวปกติ แล้วทำการเย็บเนื้อที่ยกขึ้นมาให้ติดกับเนื้อผิวโดยรอบ ทำได้กับหลุมสิวระดับ Box scar,
Punch grafting ปิดหลุมสิวโดยการเอาเนื้อบริเวณอื่นของเรามาปิดแทนที่หลุมสิว แล้วทำการเย็บปิดเพื่อให้เนื้อเยื่อเติบโตเต็มหลุมสิว เป็นวิธีที่เหมาะกับหลุมสิวที่ลึกไม่สม่ำเสมอ ทำได้กับหลุมสิวระดับ Box scar &Ice pick scar,
Elliptical excision เป็นการผ่าตัดหรือกรีดหลุมสิวให้เป็นวงรีและจัดการเย็บแผลให้ติดกัน ซึ่งเป็นการเย็บปิดแผลเป็นหลุมสิวให้แนบสนิท all clear vitamin.