snowz gluta อยากผิวสวยควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

snowz gluta อยากผิวสวยควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้วอยากผิวสวยไม่ควรนำสารพิษเข้าสู่ร่างกายงดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และควันพิษต่างๆ เท่าที่จะทำได้ สิ่งเหล่านี้เป็นผลร้ายที่จะทำอันตรายให้ผิวเราคล้ำเสียแลดูไม่ขาวใสอย่างที่ควรจะเป็น รวมไปถึงอาหารเสริมเร่งผิวขาวบางประเภทที่เป็นสารเคมีเช่นกัน นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องผิวแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวด้วยค่ะอยากผิวสวยไม่ควรนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย​นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอการนอนหลับให้ได้ถึง 8 ชั่วโมง ถือว่าเป็นสุขอนามัยที่เราใฝ่หามากที่สุด แต่ในสภาวะที่การเดินทางรัดตัวขนาดนี้ ส่วนใหญ่มักจะนอนกันได้เต็มที่เพียงแค่ 5 – 6 ชั่วโมงเท่านั้น และเป็นการนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากเรานอนหลับสนิทหรือหลับลึกติดต่อกันถึง 4 ชั่วโมงก็เพียงพอในระดับหนึ่ง และยังช่วยให้ผิวพรรณอิ่มเอิบสดใสดูดีขึ้นอีกด้วยจากเคล็ดลับที่ง่ายเช่นนี้จนเราสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด ถ้าเราทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว ผิวที่ดูขาวใสอย่างปลอดภัยก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่เราใส่ใจในทุกขั้นตอนและอาศัยความสม่ำเสมอเท่านั้นเองค่ะ snowz gluta.

snowz gluta

snowz gluta​ วิธีทำให้หน้าขาวขึ้นอย่างเร่งด่วนใน 1 อาทิตย์ !!! อยากหน้าขาว แลดูหน้าเด็ก ต้องลองเลยวิธีนี้

เราคงปฏิเสธกันไม่ได้นะคะว่า ประเทศไทยนั้นเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ในขณะที่อุณหภูมิกำลังสูงขึ้นและแสงแดดแรงๆ เช่นนี้ หากเราออกนอกบ้านจะยิ่งทำให้ผิวดำคล้ำเสียอย่างรุนแรง ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นที่พึงปรารถนาแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย แต่ในเมื่อเรายังต้องมีกิจกรรมที่ต้องทำนอกบ้าน ก็อย่าปล่อยให้ผิวหน้าหมองคล้ำเป็นเวลานานๆ เลยค่ะ รีบมาหาวิธีฟื้นฟูผิวหน้าของเราให้ขาวสวยใส เพื่อเปิดรับโอกาสดีๆ กันดีกว่า สโนว์ กลูต้าไธโอน

อยากหน้าขาวใส ต้องทาครีมกันแดดและหาอุปกรณ์ป้องกัน snowz gluta

ก่อนที่เราจะออกจากบ้านให้ทาครีมหรือโลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไป และมีค่า PA++++ สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวทุกครั้ง กางร่มกันแดดที่มีแถบสะท้อนรังสียูวี เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ถูกแสงแดดทำลายมากขึ้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด คือ ครีมกันแดดมี 3 ประเภท ดังนี้

– ครีมกันแดดชนิดเคมี ช่วยดูดซับรังสีทางผิวหนังแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน ทำให้ป้องกันแสงแดดไม่ให้ส่องผ่านลงในชั้นใต้ผิวหนังได้ ซึ่งควรทาซ้ำทุก 2 – 3 ชั่วโมง เนื่องจากหลังจากโดนแสงแดดชั่วครู่ สารเคมีเหล่านั้นก็จะเสื่อมสภาพลง และหากมีส่วนผสมของสารเคมีในอัตราส่วนที่สูง อาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้

– ครีมกันแดดชนิดกายภาพ มีส่วนผสมของสารเคมีที่สามารถสะท้อนรังสียูวีที่ตกกระทบให้ออกไปจากผิวหนังได้ สารเหล่านี้มีผลทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้น้อยกว่าครีมกันแดดชนิดเคมี แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถให้ค่า SPF ที่สูงได้ ล้างออกยาก และเมื่อนำมาทาบนผิวหนังจะทำให้ดูขาวมากจนเกินไปจากสารที่เคลือบอยู่บนผิว

– ครีมกันแดดชนิดผสม เป็นการรวมของสารกันแดดที่ช่วยลดข้อด้อยและเสริมข้อดีในแต่ละอย่างของครีมกันแดดสองประเภทแรก กล่าวคือ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดดร่วมกัน ไม่ทำให้ผิวหน้าขาวขึ้นเมื่อทาครีม และไม่ก่อให้เกิดผิวหนังระคายเคืองจากสารเคมี

วิธีทําให้หน้าขาวใสไร้สิว โดยใช้ครีมไวท์เทนนิ่งเข้มข้น

ควรเลือกใช้เป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง (Whitening Agents) ชนิดเข้มข้น อาทิเช่น ไนอาซินาไมด์ กรดแอสคอร์บิก อัลฟาอาร์บูติน กรดผลไม้ กรดโคจิก กรดทรานอิซามิก กรดวิตามินเอ สารสกัดจากชะเอมเทศ สารสกัดจากเปลือกสน สารในกลุ่มนี้จะช่วยลดการสร้างเมลานิน ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ผิวจึงแลดูขาวขึ้นเพราะสีผิวอ่อนลง และช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป

สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ คือ ห้ามใช้ครีมไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมจากสารประกอบของปรอท สารไฮโดรควิโนน เนื่องจากจัดเป็นสารอันตรายที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เกิดรอยดำและผื่นแดงบนใบหน้า และอาจทำให้เกิดการสะสมพิษจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

สูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต

โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมโคสดที่แปรรูปด้วยกระบวนการหมักกับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดแลคติกที่เกิดจากกระบวนการหมักตามที่กล่าวขั้นต้น จนน้ำตาลแลคโตสในนมเปลี่ยนลักษณะไป ทำให้นมโคมีรสเปรี้ยวและกลายสภาพจากของเหลวเป็นลิ่มข้นๆ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ซึ่งเคล็ดลับความงามนี้ถูกค้นพบมานับพันปีแล้วโดยพระนางคลีโอพัตรา ด้วยการแช่น้ำนมสดจนทำให้พระนางคงความงดงาม

สูตรการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั้นง่ายนิดเดียวค่ะ snowz gluta เพียงแช่โยเกิร์ตรสธรรมชาติในตู้เย็นให้เย็นจัดๆ แล้วล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นนำโยเกิร์ตมาทาให้ทั่วใบหน้า นวดอย่างเบามือ แล้วพักทิ้งไว้ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ปฏิบัติอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะสังเกตถึงผลลัพธ์ใบหน้าที่ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทานอาหารเสริมผิวขาว

ในเมล็ดองุ่นมีสารฟลาโวนอยด์ที่เรียกกันว่า “โปรแอนโธไซยานิดิน” เมื่อสารดังกล่าวมีการรวมตัวกันจะอยู่ในรูปของ “โอลิโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดิน” เรียกกันย่อๆ ว่า OPC ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า

ควรรับประทานวิตามินซีให้ได้ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคู่ไปกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารทั้งสองชนิดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ผลดีทั้งคู่ เนื่องจากสามารถช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติบนผิว เช่น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ผิวหน้าจึงดูขาวกระจ่างใส และเมื่อทานควบคู่กันยังช่วยให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแข็งแรงมากขึ้น ริ้วรอยแลดูจางลง และลดการทำงานของเอนไซม์ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอีกด้วย

สิ่งที่เราควรรู้คือผิวของเราจะขาวได้มากที่สุดและปลอดภัยที่สุดได้เท่าผิวจากชาติพันธุ์ต้นกำเนิดของเรา ซึ่งแม้แต่ชาวแอฟริกันอเมริกันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตนเองให้ขาวได้เท่าชาวอังกฤษ ดังนั้นผิวขาวที่ดีที่สุดสำหรับสาวไทยควรจะเป็นผิวที่ดูกระจ่างใส ไร้ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งหากสามารถปฏิบัติตามเคล็ดลับดังกล่าวไปพร้อมๆ กับสุขอนามัยที่ดีอย่างเช่น การดื่มน้ำสะอาดวันละ 6 – 8 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง หรือการรับประทานผักผลไม้จนเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะมีผิวหน้าที่ขาวขึ้นอย่างปลอดภัยได้ทันหนึ่งสัปดาห์ค่ะ snowz gluta.

กิงโกะ บิโลบา แปะก๊วย (Ginkgo Biloba) เป็นพืชสมุนไพรที่มีความนิยม

กิงโกะ บิโลบา แปะก๊วย (Ginkgo Biloba) เป็นพืชสมุนไพรที่มีความนิยมนำใช้อย่างแพร่หลายในการบริโภค อีกทั้งเป็นพืชโบราณที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน แพทย์แผนโบราณจีน มักใช้สมุนไพรแปะก๊วยในการบำบัดอาการไอ หอบหืด และภูมิแพ้ต่าง ๆ ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมาก ในยุโรปและอเมริกา เพื่อประโยชน์ในการทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มความจำความคิดที่ดีขึ้น ซึ่งแปะก๊วยนั้นสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งส่วนผล และส่วนใบ ปัจจุบันนิยมนำเอาใบแปะก๊วยมาสกัดเพื่อเพิ่มความสะดวกในการบริโภค ซึ่งเมื่อนำมาสกัดแล้วจะทำให้ได้สาร กลุ่ม Flavone Glycoside (ฟลาโวน ไกลโคไซด์ – สารในกลุ่ม Flavonoids), Quercetin (กลุ่ม Flavonols) และ กลุ่ม Terpene Lactone (เทอร์ปีน แลคโตน) ประกอบด้วย จิงโกไลด์ (Ginkgolide) และบิโลบาไลด์ (Bilobalide) ซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆ มากมาย Puritan’s Pride Ging ko biloba Extract คืออาหารเสริมรูบแบบเม็ดแคปซูลที่สะกัดจากส่วนใบของแปะก๊วย ที่มีคุณสมบัติหลากหลายในการช่วยปกป้องเซลล์ประสาท ช่วยบำบัดโรคความจำเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ ในผู้สูงวัย และช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น จึงเป็นการป้องกันและช่วยลดภาวะอุดตันในเส้นเลือดได้ กิงโกะ บิโลบา.

กิงโกะ บิโลบา

กิงโกะ บิโลบา ประโยชน์ของ ใบแปะก๊วย สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย

– กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และช่วยให้ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง และอวัยวะอื่นทั่วร่างกาย จึงทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ginkgo biloba

– ช่วยในเรื่องของการคิดวิเคราะห์ และช่วยเพิ่มสมาธิ ซึ่งมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

– ช่วยการไหลเวียนของโลหิตบริเวณหูชั้นในให้ดีขึ้น ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการหูอื้อ วิงเวียนศรีษะได้ กิงโกะ บิโลบา

– บรรเทาอาการโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบหรือตีบตัน

– บรรเทาอาการผิดปกติของดวงตา เช่น โรคต้อหิน เป็นต้น

– บรรเทาอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือน และภาวะหมดประจำเดือน

– บรรเทาอาการของโรคและลดภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ที่มักจะพบ ในกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น โรคความจำเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ โรควิตกกังวล โรคหลงลืมในผู้สูงอายุ หน้ามืดวิงเวียนและหูอื้อ สับสน มึนงง เหนื่อยล้า ปวดหัว เป็นต้น

– มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระได้

สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba Leaf) เหมาะกับใคร

– ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะโรคสมองเสื่อม เช่น ผู้สูงวัยวัยกลางคนขึ้นไป จนกระทั่งรวมถึงผู้สูงอายุ

– ผู้ที่ใช้สมองจดจำคิดวิเคราะห์ ในการทำงานตลอดเวลา การทำงานประเภทนี้สงผลให้สมองมีภาวะตึงเครียดและสร้างอนุมูลอิสระขึ้นมาทำลายเซลล์สมอง ใบแปะก๊วยมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูง จึงมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระได้

ขนาดรับประทาน : รัปทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

ข้อควรระวัง : สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามิน

หมายเหตุ : วิตามินตัวนี้มีส่วนประกอบที่มาจากสิ่งมีชีวิต กิงโกะ บิโลบา ผู้ที่รับประทานอาหารเจ ไม่สามารถรับประทานวิตามินตัวนี้ได้

ข้อพึงระวัง

– หากกำลังตั้งครรภ์, หรืออยู่ระหว่างการพยาบาลพิเศษ หรือการใช้ยาใด ๆ ภายใต้เงื่อนไขทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษาก่อนการใช้งาน.

– ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ใด ๆ เกิดขึ้น.

– เก็บให้พ้นมือเด็ก

– เก็บไว้ในอุณภูมิห้องปกติ

– อย่าใช้หากพบความเสียหายแตกหักของภาชนะบรรจุ กิงโกะ บิโลบา.

phyteney เคล็ดลับลดความอ้วน ลดขนาดจานให้เล็กลง

phyteney เคล็ดลับลดความอ้วน ลดขนาดจานให้เล็กลง หากเราเป็นคนหนึ่งที่เคยชอบกินข้าวจานใหญ่ ๆ ให้ลองเปลี่ยนใช้จานที่มีขนาดเล็ก แล้วกินแบบเบิ้ล 3 จานแทน เฮ้ยยย…ไม่ใช่ล่ะ ! เพราะถ้าเรากินข้าวจานเล็ก ๆ ปริมาณข้าวก็จะน้อยลง เพราะขนาดของจานที่เล็กลงจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้กินข้าวไปมากพอแล้ว (เป็นหลักจิตวิทยาเล็ก ๆ น้อย ๆ) ซื้อของเข้าบ้าน ก่อนออกจากบ้านไปซื้อของทุกครั้ง เราควรจดรายการที่ต้องการจะซื้อหรือจำเป็นต้องซื้อลงในกระดาษ เพื่อให้เราแน่ใจว่าอาหารดังกล่าวนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมน้ำหนัก เมื่อมาถึงร้านแล้ว ไม่ว่าจะเจอของยั่วตายั่วใจแค่ไหนก็ให้ยั้งใจและซื้อของตามรายการที่จดมาเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเตือนสติของเราไม่ให้ซื้อของอ้วน ๆ มาใส่ในตู้เย็นได้ฝึกให้กระเพาะเล็กลง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราสามารถฝึกให้กระเพาะของเราเล็กลงได้ด้วยการกินอาหารให้น้อยและ “เป็นประจำ” แล้วกระเพาะของเราจะบีบตัวลงเพื่อให้พอดีกับปริมาณที่เคยเข้ามาเอง หากทำครบสัปดาห์ จากที่เคยกินข้าวเป็นกะละมัง ก็จะกลายเป็นจานเล็ก ๆ ได้โดยที่เราไม่ต้องฝืนใจอะไรเลย phyteney.

phyteney
phyteney หมากฝรั่งปลอดน้ำตาล ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ปากว่าไม่ได้ ก็ให้พกหมากฝรั่งปลอดน้ำตาลเอาไว้ เวลาอยากกินนู่นนี่ ก็ให้แกะหมากฝรั่งมาเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความอยากอาหารลงไปได้ในระดับหนึ่ง ไฟทินี่
ห้ามเด็ดขาดกับยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วนที่เราเห็นในปัจจุบัน มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้น้ำหนักลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เป็นยาพิษที่ทำลายสุขภาพของเรามากกว่า เพราะยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำให้เราเบื่ออาหาร ร่างกายหมดเรี่ยวแรง นอกจากนั้นยังมีผลต่อจิตใจอีกด้วย อีกอย่างยาลดความอ้วนก็ยังเป็นยาที่มีผลเพียงระยะสั้น เพราะถ้าคุณเลิกกิน เราก็จะมีความอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ผู้ที่กินยานั้นจะกลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม phyteney
ดื่มชากาแฟอย่างไรไม่ให้อ้วน ความจริงแล้วตัวน้ำชาและกาแฟนั้นไม่มีอะไรที่ทำให้เราอ้วนได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้เราอ้วนนั้นก็คือน้ำตาล ครีมเทียม หรือว่านมที่ใส่ลงไปต่างหาก ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเองอ้วนฉุเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ ก็ควรงดการใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมโดยด่วน
เมื่อเครียดอย่ากิน หลายคนเมื่อเครียดมาก ๆ จะชอบกินของหวานเพื่อคลายความเครียด แม้จะเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างได้ผลและเราก็ทำได้ก็ตาม แต่เราก็ต้องกินในปริมาณที่น้อย หรือถ้าจะให้ดีก็ไปหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำแทนจะดีกว่า เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอนหลับพักผ่อน เป็นต้น
รับมือกับวันนั้นของเดือน ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนนอกจากจะหงุดหงิดแล้ว ยังมีอาการอยากกินนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่เราสามารถรับมือกับความอยากนั้นได้ด้วยการเอาของที่ทำให้อ้วนออกจากตู้เย็นให้หมด ใส่ผลไม้ไว้เยอะ ๆ แทน เน้นกินผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยลดความอยาก พยายามควบคุมอารมณ์ จิตใจ และความอยาก หรือหาอะไรทำเพื่อให้ลืม ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้กินสักคำสองคำก็พอ
อย่าอดอาหาร การอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดความอ้วนในระยะยาว เพราะการอดอาหารมื้อหนึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างระบบป้องกันขึ้นมา โดยกักเก็บไขมันเอาไว้ แล้วทำการเผาผลาญอาหารให้น้อยลง เมื่อเราหยุดอดอาหาร ร่างกายก็จะเผาผลาญอาหารได้น้อยและทำให้อ้วนได้ง่ายยิ่งขึ้น
อาหารเช้าห้ามอด ไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายแค่ไหน แต่อาหารเช้าก็ยังเป็นอาหารที่สำคัญที่สุด เพราะอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปจะนำไปถูกแปรเป็นพลังงานให้เราตั้งแต่เริ่มวันใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้ออื่น ๆ
อาหารเช้าต้องมีประโยชน์ อาหารเช้าที่ทำให้เราหิวเร็วได้แก่ อาหารจำพวกแป้งอย่างขนมปัง ซึ่งมันจะทำให้เราหิวเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน ดังนั้น อาหารเช้าที่ดีควรมีไขมันและโปรตีนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็อย่ากินในปริมาณที่มากเกินไปล่ะ เชื่อเถอะว่าสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก กาแฟ 1 แก้วกับขนมปัง 1 แผ่น ยังไงก็ไม่เวิร์กเท่ากับอาหารเหล่านี้
งดอาหารระหว่างมื้อหรืออาหารว่าง เพราะนอกจากจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นพลังงานส่วนเกินของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เราจะกินอาหารเหล่านี้ก็เพียงเพราะความอยาก ถ้าเราอยากกินจริง ๆ ก็ให้กินพวกผักผลไม้แทนจะดีกว่า
งดอาหารยามค่ำคืน ในยามกลางคืน ไม่ว่าเราจะกินอะไรก็ตามก็ล้วนแต่ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือขนม เพราะระบบการย่อยอาหารของเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่ช่วงนี้ ดังนั้น หากหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว เราก็ไม่ควรจะกินอะไรอีกเลย ถ้าหากต้องการที่จะลดน้ำหนักจริง ๆ หรือแม้แต่ไม่ต้องการให้เพิ่มขึ้นก็ตาม

กินอาหารให้ครบห้าหมู่ สัดส่วนของอาหารที่ต้องการในแต่ละวัน คือ โปรตีน 20%, ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ 20%, ผักและผลไม้ต่าง ๆ 50% เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดก็ตาม ร่างกายของเราจะทำการย่อยจนเป็นสารอาหารชนิดต่าง ๆ แล้วนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น อาหารที่กินเข้าไปจึงมีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าอดอาหารก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่สบาย ไม่มีพลังงาน และไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ถ้าหันมารับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เราก็ไม่อ้วนแล้วล่ะ
เวลาและปริมาณการกิน ในมื้อเช้าเราควรจะกินก่อนเวลา 8 โมงเช้า โดยควรเป็นอาหารที่ค่อนข้างให้พลังงานสูง อาจจะเป็นเนื้อสัตว์ ข้าวเล็กน้อย ผักผลไม้บ้าง ซึ่งมื้อเช้านี้เราควรกินแต่พออิ่ม ไม่ต้องเสียดายแม้ว่าอาหารจะเหลือก็ตาม ส่วนมื้อเที่ยงควรกินก่อนเที่ยงครึ่ง การกินมื้อนี้เรายังสามารถกินได้ตามแต่ที่เราอิ่มหรือมากกว่ามื้อเช้าเล็กน้อย แต่อย่าให้มากจนเกินไปนัก เพราะในช่วงบ่ายร่างกายก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานในการทำงานอยู่ ส่วนมื้อเย็นนั้นคุณควรกินก่อน 6 โมงเย็น หรือว่ายิ่งเร็วยิ่งดี หรืองดกินไปเลยแล้วไปกินผลไม้แทนก็ทำได้ ซึ่งมื้อเย็นนี้เราควรกินให้น้อยกว่ามื้ออื่น ๆ เพราะหลังจากนี้เราก็ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานอะไรแล้ว อีกสักพักก็ต้องเข้านอน แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเวลาทำงานไม่เหมือนคนอื่น อย่างเช่นทำงานกลางคืน คุณสามารถจัดเวลาการกินอาหารของในแต่ละมื้อได้โดยดูจากความเหมาะสมเป็นหลัก กะเวลาระหว่างมื้อให้พอดี เพื่อไม่ให้เราหิวโหยอาหารมากเกินไป แต่ที่สำคัญก็คือ “เราต้องกินอาหารให้ตรงช่วงเวลาที่เรากำหนดเอาไว้ทุกวัน“
งดอาหารทอดและไขมันจากสัตว์ ไขมันจากสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นไขมันที่เราไม่ควรที่จะกินเข้าไปมากที่สุด และให้เปลี่ยนมาใช้ไขมันจากพืชแทน เพราะจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า ส่วนอาหารทอดนั้นเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง หรือกินให้น้อยที่สุด เพราะถ้ากินในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดและมีไขมันไปกระจุกตัวอยู่บริเวณต่าง ๆ
งดหนังสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังไก่ หนังเป็ด phyteney ชั้นไขมันของหมู ของวัว ขอแนะนำให้งดและเลิกไปเลยจะดีกว่า เพราะมันมีไขมันเยอะมาก ซึ่งจะทำให้เราอ้วนฉุได้แบบงง ๆ เลยล่ะ
งดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะอาหารที่มีรสจัดนอกจากจะไม่ดีต่อการทำงานของลำไส้แล้ว มันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย
งดอาหารเค็มจัด การกินอาหารเค็มนั้นเป็นผลเสียต่อการที่เรากำลังลดความอ้วน เพราะอาหารรสเค็มจะทำให้เราอยากและเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น
ห้ามกินของร้อน ของร้อนในที่นี้หมายถึงอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายของเราร้อน อย่างเนื้อสัตว์ ไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ เพราะร่างกายจะไม่เผาผลาญพลังงานเมื่อเราเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย
ลดคาร์โบไฮเดรต นอกจากเหตุผลที่ว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้แล้ว การลดคาร์โบไฮเดรตยังช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย หากเรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้น้อยลง ร่างกายจะไปเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป หากเรากินไขมันเข้าไปน้อย ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่เราสะสมเอาไว้ จึงทำให้ไขมันที่มีอยู่ในร่างกายของเราหดหายไป
กินผักผลไม้แทนอาหารมื้อเย็น อย่างที่รู้ ๆ กันว่า อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่ก็กลายเป็นมื้อที่คนละเลยกันมากที่สุด ในทางกลับกันอาหารเย็นควรจะเป็นมื้อที่ละเลย แต่เป็นมื้อที่คนใส่ใจกันมากที่สุด 55555+ คิดผิดคิดใหม่ซะนะ ตอนเย็นถ้างดได้ก็งดเลย ถ้าหิวก็กินผลไม้ต่าง ๆ เข้าไปแทน phyteney.

actifmind ช่วงเวลาที่ทานวิตามินที่ดีที่สุดเป็น “ช่วงเช้า”

actifmind ช่วงเวลาที่ทานวิตามินที่ดีที่สุดเป็น “ช่วงเช้า” เป็นเวลาที่ร่างกายตื่นตัวมากที่สุด และต้องการสารอาหารมากที่สุด ทั้งนี้ควรอ่านฉลากข้างกล่องผลิตภัณฑ์ก่อนทานวิตามินอาหารเสริม เพื่อสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน ความฉลาดของลูกน้อยคุณแม่สามารถสร้างได้ตั้งแต่ลูกยังเด็ก ด้วยการเลือกสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับลูก การกินอาหารที่มีโภชนาการสูงตรงตามวัยจะทำให้สมองของลูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วค่ะ.. ซึ่งจะมีอาหารอะไรบ้างที่มีสารอาหารช่วยเสริมสร้างและพัฒนาระบบสมอง ดูได้ดังนี้ค่ะ อาหารที่ช่วยบำรุงสมองของลูกน้อย มีดังนี้ค่ะ เนื้อปลา เพราะเนื้อสมองของคนเราประกอบไปด้วยไขมัน ดังนั้นจึงควรบำรุงสมองลูกน้อยด้วยไขมันชั้นดีอย่างเนื้อปลา ปลาทู ปลาซาดีน ปลาแซลมอน โดยเฉพาะปลาแซลมอนที่อุดมไปด้วย กรดไขมัน มีโอเมก้า 3, DHA และ EPA ที่ช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง ส่วนปลาที่หาทานได้ง่ายที่สุดคือ ปลาทู ดังนั้นใน 1 สัปดาห์คุณแม่ควรมีเมนูที่ทำมาจากปลาไว้ให้ลูกได้รับประทานซัก 3 มื้อก็จะดีมากเลยค่ะ actifmind.

actifmind
actifmind ไข่ไก่ ในไข่ไก่จะมี สังกะสีและธาตุเหล็ก ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมองในไข่ 1 ฟองจะอุดมไปด้วยโปรตีน ยิ่งตรงไข่แดงจะมีโปรตีนเยอะที่สุด ดังนั้นลูกควรได้รับประทานไข่อย่างน้อยวันละ 1ฟองค่ะ แอคทีฟมายด์
ธัญพืช จะให้พลังงานสูง และมีเส้นใย ช่วยในการควบคุมระดับของน้ำตาลในเลือด และมีวิตามินบี และมีส่วนช่วยในความจำ และบำรุงสมองของเด็ก ซึ่งธัญพืชต่างๆนี้จะหาได้จาก ซีเรียลธัญพืช รำข้าว หรือข้าว-ซ้อมมือ เป็นต้น
ผัก โดยเฉพาะผักที่มีสีสดใส อย่างเช่น กะหล่ำปลีม่วง บร็อกโคลี พริกหวาน อโวคาโด ผักพวกนี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยบำรุงเซลล์สมองให้แข็งแรงค่ะ actifmind
ถั่ว จะช่วยเรื่องเสริมความจำ และบำรุงสมอง และยังเป็นแหล่งอาหารสำคัญของ โปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต อีกด้วยค่ะ
ผลเบอร์รี่ต่าง ๆ ผลเบอร์รี่จะช่วยเรื่องความจำของระบบประสาทและสมอง ในผลเบอร์รี่จะมีวิตามินซี และโอเมก้า 3 ด้วยค่ะ
เนย เพราะว่าเนยมีสารอาหารที่จะช่วยบำรุงสมองและเพิ่มความจำ และยังต่อต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วยค่ะ
นมโฟร์โมสต์ โอเมก้า 3 6 9 คือแหล่งรวมสารอาหารที่สำคัญสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต เพราะในนมนั้นมีทั้งโอเมก้า 3 6 9 และวิตามินบี12 ที่เป็นส่วนสำคัญของการช่วยพัฒนาสมอง การมองเห็นและระบบประสาทส่วนกลางด้วยค่ะ

อาหารบำรุงสมอง ที่กล่าวมาด้านบนเป็นอาหารที่อยู่ใกล้ตัวคุณแม่ทั้งนั้นเลยนะคะ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องหาอาหารแพง ๆ หรือยาบำรุงสมองมาให้ลูกกินก็ได้ เพียงคุณแม้รู้จักนำอาหารใกล้ตัวมาทำให้ลูกรับประทาน รับรองค่ะ ว่าลูกน้อยของคุณแม่จะเป็นเด็กที่ฉลาดแน่นอนค่ะ

ออลลี่ หนูน้อยวัยใกล้ 2 ขวบคนนี้มีอาการป่วย ซึ่งเกิดจากเยื่อหุ้มสมองเจริญนอกกะโหลก จนทำให้เนื้อตรงส่วนจมูกยื่นออกมาจนเห็นได้ชัดเจน actifmind ออลลี่เกิดภาวะนี้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คุณหมอที่ดูแลครรภ์ได้ทำการอัลตร้าซาวด์และได้เห็นสิ่งผิดปกติตรงจมูกว่ามีเนื้อยื่นออกมา แต่ก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และไม่สามารถทำการรักษาได้ ต้องรอให้หนูน้อยคลอดออกมาก่อนเท่านั้น
หลังจากออลลี่คลอดออกมาแล้ว เนื้อตรงส่วนจมูกนี้มีความใหญ่โดดเด่นอยู่ตรงกลางใบหน้า มีความใหญ่ประมาณ ลูกกอล์ฟ เมื่อแพทย์ได้ตรวจสอบก็ได้คำตอบว่า ออลลี่มีภาวะ “เอนเซฟาโลซีลี” หรืออาการ เยื่อหุ้มและของเหลวในสมองยื่นออกตามรอยช่องว่างกะโหลกศีรษะ
ตอนอายุ 9 เดือน ออลลี่ได้รับการผ่าตัด 1 ครั้ง เพื่อ เปิดกะโหลก ตัดเยื่อหุ้มสมองส่วนเกินออก และผ่าตัดทำจมูกให้ใหม่เพื่อเปิดทางในจมูกสำหรับการหายใจ และในอนาคตออลลี่ต้องได้รับการผ่าตัดอีกเพื่อรักษาภาวะดังกล่าว
เอมี่ พูเล แม่ของออลลี่ไม่ได้กังวลใจเรื่องการรักษาหรืออาการของลูกแต่อย่างใด สิ่งที่เธอกังวลคือ เมื่อออลลี่โตขึ้นเรื่อยๆ และต้องไปโรงเรียน ลูกของเธออาจโดนล้อเลียนและโดนกลั่นแกล้งจากเพื่อนๆอย่างแน่นอน เพราะขนาดตัวเธอเองยังเคยโดนคนพูดจาทำร้ายจิตใจมาก่อน เช่น ลูกเธอหน้าตาน่าเกลียด หรือ ลูกออลลี่ไม่น่าจะเกิดมาเลย เป็นต้น แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าลูกจะเป็นแบบไหน ออลลี่ก็เป็นเด็กที่น่ารักมากๆสำหรับตัวเธอเสมอ

สมองดีเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนวัย และทำอย่างไรจึงจะทำให้สมองยังคงดีอยู่กับเราตลอดชีวิต การเลือกรับประทานอาหารที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยดูแลสมอง เริ่มต้นดูแลสมองของคุณด้วยอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสมองและความจำจะได้อยู่กับเราไปนานๆ

หลักในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อการดูแลสมอง
รับประทานอาหารประเภทต้านอนุมูลอิสระ เพื่อลดปัญหาอนุมูลอิสระทำลายสมอง
รับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่สมอง
รับประทานอาหารที่ไม่ปนเปื้อนสารโลหะหนักหรือสารเคมีต่างๆ actifmind.

adoxy OPC ที่สกัดจากเมล็ดองุ่น มีความเข้มข้นถึง 92%

adoxy OPC ที่สกัดจากเมล็ดองุ่น มีความเข้มข้นถึง 92% ในขณะที่สกัดจากเปลือกสนจะมี OPC เพียง 84% เท่านั้น หลังจากที่ทานเข้าไป จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 20 – 30 นาที และยังคงอยู่ภายในร่างกายได้นาน อย่างน้อย 7 ชม.อีกทั้งยัง สามารถผ่านแนวกั้นสมอง (blood brain barrier) ได้ จึงป้องกันสมองมิให้เสียหายจากอนุมูลอิสระ คุณสมบัติเด่นนี้ทำให้ OPC เป็น antioxidant ที่ต่างจากชนิดอื่นๆผลทางอ้อมในการช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานคือ ลดการอักเสบของหลอดเลือดฝอย และลดภาวะผนังเส้นเลือดแข็งเปราะ เพราะในภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงนั้น การเดินทางของเลือดที่หนืด(เพราะมีน้ำตาลสูง)ไปสู่อวัยวะที่สำคัญเช่น สมอง หัวใจ ไต ตับและตา จะยิ่งลำบาก การทานOPC นอกจากจะช่วยให้เลือดไหวเวียนสะดวกแล้ว ยังช่วยลดอันตรายที่อาจกระทบกระเทือนต่ออวัยวะสำคัญจากโรคเบาหวานได้ในอนาคต adoxy.

adoxy

adoxy 5. ชาเขียว (Green Tea) เอโดซี
ชาเขียว เป็นชาที่ไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เมื่อเก็บใบชามาได้จะนำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อ ความร้อนไม่สูงเกินไป หรืออบไอน้ำ ในระยะเวลาสั้นแล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางตัวที่จะเพิ่มรสฝาดในชา อีกทั้งยังคงสารสำคัญที่ชื่อ สารแคทิชิน (Catechin) เป็นสารกลุ่ม Polyphenol ซึ่งมีฤทธ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง adoxy epigallocatechin-3-gallate(EGCG) ที่มีอยู่มากในตัวชา มีฤทธิ์ในการลดคอเลสเตอรอล การป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง และโรคความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

การศึกษาในหนูทดลอง พบว่า polyphenols สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูที่เป็นเบาหวาน (Gomes et al, 1995) polyphenols ลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยยับยั้งการทำงานของ amylase ซึ่งเป็นเอนไซม์ย่อยแป้ง โดยสาร polyphenols ยับยั้งการทำงานของ amylase ทั้งในน้ำลายและลำไส้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ แป้งจะถูกย่อยช้าลง ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือดเป็นไปอย่างช้าๆนอกจากนั้นชาเขียวยังลดการดูดซึมของกลูโคสที่ลำไส้ (Deng and Tao, 1998; Gomes et al, 1995)

แพทย์ออกมาเตือนกินอาหารเสริมโดยไม่จำเป็น อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายถึงขั้นเป็นมะเร็ง เผยวิตามินบางชนิดทำงานเป็นทีม ไม่สามารถแยกกินอย่างใดอย่างหนึ่งได้

น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เปิดเผยว่า คนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องอาหารเสริม ว่า มีความจำเป็นต่อร่างกายหรือไม่ ส่วนใหญ่มีราคาแพง หากร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่ต้องการวิตามินเข้าเสริมทดแทน การซื้อรับประทานอาจไม่มีประโยชน์ ทั้งอาจเกิดโทษต่อร่างกายได้ ซึ่งผู้ต้องการอาหารเสริม คือ คนป่วยที่ไม่สามารถรับอาหารตามปกติ หรือคนแก่ที่ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้มาก

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาหารเสริมชนิดใดหรือยี่ห้อใด สามารถทดแทนสารอาหารที่ได้รับจากการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อได้ อาทิเช่น วิตามินเอ ที่มีสารเบต้าแคโรทีนมีสรรพคุณต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งในมะเขือเทศ มีวิตามินเอมากถึง 600 ชนิด

น.พ.กฤษดา กล่าวต่อว่า บางคนเข้าใจผิดว่า เมื่อรับประทานแคลเซียมเสริมไปแล้ว ร่างกายจะได้แคลเซียมไปเสริมกระดูก แต่การที่แคลเซียมจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีแมกนีเซียมเพื่อช่วยดูดซึม ดังนั้น หากรับประทานแคลเซียมเสริมที่ไม่ดี ราคาถูกมาก ๆ การดูดซึมก็จะไม่ดี และอาจไปจับตัวเป็นหินปูน ทำให้เกิดกระดูกงอก กระดูกย้อย หรือเป็นนิ่วได้

ดังนั้น ก่อนซื้ออาหารเสริมจะต้องศึกษาให้ละเอียด โดยดูที่ฉลากว่าเป็นแบบธรรมชาติหรือแบบสังเคราะห์ ซึ่งหากได้จากธรรมชาติหรือมีความใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด จะมีการดูดซึมได้ดี ตรงข้ามกับแบบสังเคราะห์ ที่มีบางชนิดอาจจะส่งผลตรงข้ามแบบหน้ามือเป็นหลังมือ อาทิเช่น วิตามินอี หากมาจากธรรมชาติจะช่วยป้องกันโรคหัวใจ แต่ถ้าเป็นวิตามินอี สังเคราะห์ ก็จะส่งผลตรงข้าม คือ ทำให้เกิดโรคหัวใจ หรือวิตามินสังเคราะห์บางชนิด เมื่อรับประทานเข้าไปแทนที่จะช่วยให้มีสุขภาพดีกลับทำให้แก่เร็ว หรือทำให้เป็นโรคมากขึ้น อาทิเช่น มะเร็งได้

“เราไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริม แต่ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนก็เพียงพอ อาหารเสริมที่ ขายอยู่ตามท้องตลาด หากมีเครื่องหมาย อย.ก็รับประทานได้ ไม่อันตราย หากคนนั้นไม่รับประทานอาหารสด adoxy ก็จะไม่ช่วยอะไร เพราะวิตามินเหล่านี้ทำงานเป็นทีม อาทิเช่น โคคิวเทน ต้องรับประทานร่วมกับไขมัน ถ้ารับประทานอย่างเดียว ไม่กินไขมัน การดูดซึมก็จะไม่ดี และจะถูกย่อยขับออกมาเป็นปัสสาวะที่แพงมาก” น.พ.กฤษดากล่าว

น.พ.กฤษดา กล่าวยังแนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหารเสริมว่า มี 4 วิธี คือ

1. เลือกอาหารเสริมแบบที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยดูที่ฉลากว่า เป็นแบบธรรมชาติหรือไม่ เพราะจะดูดซึมได้ดีกว่า

2. ดูปริมาณสารในแต่ละเม็ดว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะบางชนิด มีวิตามินครบ ทั้ง a-z รวมใน 1 เม็ด แต่อาจจะมีปริมาณวิตามินอย่างละ 1 มิลลิกรัม หรือ 1 ไมโครกรัมเท่านั้น ที่เหลือเป็นแป้ง

3. เลือกรับประทานวิตามินที่จับคู่ถูกกัน อาทิเช่น วิตามิน เอ อี ดี และเค ต้องรับประทานคู่กับไขมัน เพราะละลายได้ดีในไขมัน ส่วนแคลเซียมรับประทานคู่กับแมกนีเซียม ส่วนน้ำมันตับปลาต้องมีอีพีเอ หรือดีเอชเอ และ

4. ต้องไม่เป็นอาหารเสริมที่มีราคาถูกเกินไป

ถ้า เราอยู่ท่ามกลางแสงแดด สายตาของเราจะเปิดกว้างเพื่อรับแสงแดดมากขึ้น โดยมีหนังตาและคิ้วซึ่งทำหน้าที่ปกป้องดวงตาจากแสงแดดโดยตรง แต่นั่นเป็นเพียงตัวช่วยจากภายนอกเท่านั้น เนื่องจากอาหารการกินก็สามารถช่วยถนอมสายตาเราได้เหมือนกัน อาหารประเภทผักและผลไม้ ได้แก้ มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำ ราสเบอร์รี่ มะนาว เป็นต้น adoxy.

t chloro plus คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % คืออะไร ?

t chloro plus คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % คืออะไร ? คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นสารอาหารที่มีคุณค่าใช้เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบเลือดสะอาดบริสุทธิ์มีประสิทธิภาพ ช่วยต่อต้านสารพิษที่มีมากขึ้นในอาหารยุคปัจจุบัน คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ จะทำงานโดยส่งเสริมการทำงานในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องของการทำงานในร่างกาย ก็จะเข้าไปปรับสมดุลการทำงานให้สอดคล้องกัน โดยไม่ได้เข้าไปสร้างระบบใหม่ แต่จะเข้าไปปรับสมดุลของระบบเก่าซึ่งมีอยู่แล้วในร่างกายให้ทำงานอย่างถูกต้องมากขึ้น และระบบที่มีอยู่แล้วในร่างกายหากแข็งแรงสมบูรณ์ดีได้รับสารอาหารครบถ้วน ก็สามารถทำงานได้ด้วยตนเองได้ดียิ่งขึ้น ในทางการแพทย์เรียกว่า ระบบโฮมีออสตาซิส (Homeostasis) ดังนั้น คลอโรฟิลล์ จากอัลฟัลฟาจึงไม่ได้ไปเพิ่มหรือลดความจำเป็นของร่างกายให้ผิดไปจากสมดุลที่เหมาะสม จึงไม่ทำให้ปรากฏอาการข้างเคียง (Side Effect) หรืออาการพิษ (Toxicity) เหมือนกับยาปฎิชีวนะ จึงทำให้ผู้ใช้ คลอโรฟิลล์ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย เฉกเช่น ชาวฮันซา ซึ่งมีสุขภาพที่ดี อายุยืนยาวเฉลี่ย 120 – 150 ปี ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์ ได้ศึกษาการใช้ชีวิตของชาวฮันซา พบว่า ชาวฮันซา ไม่บริโภคเนื้อสัตว์เป็นอาหารหลัก มีแค่ปีละ 1-2 ครั้งจะบริโภคเนื้อแพะภูเขาในพิธีแต่งงานหมู่เท่านั้น นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ได้ศึกษาชีวิตของ ชาวฮันซา และนำมาสรุป สาเหตุของการมีชีวิตยืนยาวโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บได้ 2 ประการ คือ t chloro plus.

t chloro plus

t chloro plus 1. การหายใจที่ลึก เพื่อการได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ของชาวฮันซา ที คลอโร พลัส

ดร. ฮอฟแมน กล่าวว่าชาวฮันซาทุกคนยามเดินตามปกติจะหายใจยาวและลึกตลอดเวลาจึงมีร่างกายแข็งแรงมาก เราควรฝึกหายใจยาวและลึกเพื่อรับเอาอากาศบริสุทธิ์ให้ได้เพียงวันละ 5-10นาทีก็ยังดี ลัทธิเต๋าสอนให้ฝึกหายใจลึกเกือบเต็มที่ประมาณ 60-80% แต่การหายใจจนลึกสุด (90-100%) จะมีผลเสีย เช่น ทำให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและทำให้กระทบกระเทือนต่อ ระบบประสาทและระบบหมุนเวียนของกระแสโลหิต คนทั่วไปหายใจเบาๆ จึงได้อากาศเพียงประมาณ 12.5% เท่านั้น t chloro plus

2. พฤติกรรมในการบริโภคอาหาร โดยชาวฮันซาจะบริโภคพืชผักสดตามธรรมชาติ ที่ปลอดสารพิษวันละ 1-2 กิโลกรัมต่อวันตลอดชีวิต ประการที่ 2 สามารถอธิบายได้ดังนี้ การบริโภคพืชผักสดมากๆ เพื่อต้องการคลอโรฟิลล์ เป็นวิธีธรรมชาติของชาวฮันซา หนังสือชื่อ “The Newer Knowleage of Nutrition” เขียนโดย แมคคอลลัมและซิมมอนด์ส และนักธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียง (เช่น ดร.เบอร์นาร์ด เจนเสน) ได้สรุปว่า ชาวฮันซามีการควบคุมความสมดุลของแคลเซี่ยมในร่างกายได้ดีเยี่ยม เป็นเพราะผลของคลอโรฟีลล์จากพืชผักสีเขียวนั่นเอง

ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ ชาญฉลาดมากที่จะคิดหาวิธีว่าทำอย่างไร ? ร่างกายคนเราจึงจะรับอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารครบเหมือนเช่น ชาวฮันซา ในปัจจุบันมนุษย์จึงใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยในการผลิต คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ และสะดวกคือ ใช้วิธีสกัดจากพืชอัลฟัลฟ่า ซึ่งอัลฟัลฟ่าเป็นพืชที่มีดอกสีม่วงจะให้ คลอโรฟิลล์ มีคุณภาพดีที่สุดโดยการทดสอบจากพืชทั่วโลก (รวมทั้งสมุนไพรไทยก็ถูกนำไปทดสอบด้วยเช่นกัน) รวมทั้งสินกว่า 6000 ชนิด โดยวิธีการการสกัดใช้เทคนิคเฉพาะอย่างน้อย 15 ขั้นตอน ซึ่งได้ผลผลิตที่ดีคือ ใบสดของอัลฟัลฟ่า 1 กิโลกรัม ได้ คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 2.25 กรัมซึ่งมีปริมาณ คลอโรฟิลล์ มากกว่าพืชชนิดอื่นๆ เพื่อให้คนในเมืองได้ใช้บริโภค เพื่อทดแทนสารอาหารจากพืชผักสดที่ขาดหายไป ปริมาณของสารอาหารจากพืชผักสดจะต้องใช้ในแต่ละวันต้องใช้บริโภคปริมาณ 1- 2 กิโลกรัมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จึงจะทำให้เกิดการปรับสมดุลในร่างกาย กลไกในร่างกายทุกอย่างจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คนทั่วไปมีชีวิตที่ยืนยาว ไม่มีโรคเนื่องจากการเสื่อมของร่างกาย ดังเช่นตัวอย่างของชาว ชาวฮันซา ที่บริโภคพืชผักสดตลอดชีวิต ชาวฮันซา ไม่มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคการเสื่อมของร่างกายในส่วนต่างๆ หรือฟันผุเลยตลอดชีวิต และตายลงอย่างสงบแบบธรรมชาติ เนื่องจากเชลล์ในร่างกายหมดอายุไปเอง

และจากการศึกษาพบว่า การเสียชีวิตของ ชาวฮันซา ไม่ได้เสียชีวิตจากการทรุดโทรมของร่างกายหรือเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย (Not senile nor sick with diseases)เลย แต่การเสียชีวิตของชาวฮันซา จะเสียชีวิตเนื่องจากเซลล์หมดอายุขัยของมันเองตามธรรมชาติ แตกต่างกับการเสียชีวิตของประชากรชาวไทย ในปัจจุบัน ซึ่งเสียชีวิตด้วยความทุกข์ทรมารแบบเต็มยศ ดังที่ นายแพทย์เฉก ธนะศิริ กล่าวว่า “ คนไทยเวลานี้ตายกันอย่างเต็มยศ คือตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด…ตายด้วยโรคมะเร็ง โรคพวกนี้จะต้องไปตายในห้องไอซียู…ใส่สายระโยงระยางทั้งจมูก ปาก สายปัสสาวะ อุจจาระ และสายน้ำเกลือ พะรุงพะรังเหมือนสายสะพายเลยทีเดียว….”

ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ จึงค้นคว้าเพื่อหาสารอาหารทดแทน จากทั่วโลก เพื่อทดสอบหาคุณค่าทางอาหาร ในการวิจัยเพื่อค้นคว้าหาพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ ได้มีการวิเคราะห์พืชอาหารแทบทุกชนิดมากกว่า 6,000 ชนิด ซึ่งมีทั้งถั่ว ผัก และหญ้าและพืชสมุนไพรต่างๆ จากเมล็ด ใบ ต้น ของพืชเหล่านั้น ในที่สุดก็ค้นพบคลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่านั้นคืออาหารในฝัน “อัลฟัลฟ่า” คือพืชตะกูลถั่ว ซึ่งขึ้นในแถบทะเลทรายเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และนำมาใช้เป็นสมุนไพร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงแก่ร่างกาย อัลฟัลฟ่าเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหาร และมีคลอโรฟิลล์สูง เป็นพืชที่ให้เอสโตรเจนธรรมชาติ รวมไปถึงเอม์ไซด์ 8 ชนิด คือ ไลเปส (Lipase) ,อมีเลส (Amylase) , โคกูเลส (Coagulase) , อีมัลชิน (Emulsin) , อินเวอเทส (Invertase) , โปรตีส (Protese) ที่สามารถต่อต้านสารพิษต่างๆ ได้ดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ

ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่า แพทย์แบ่งออกเป็น แพทย์ทั่วไป ซึ่งรักษาผู้คนทั่วไปเพื่อให้หายจากอาการเจ็บป่วยนั้นคือคำกล่าวที่ถูกต้อง t chloro plus แต่ปัจจุบันมีแพทย์อีกลุ่มนึงซึ่งแบ่งแยกออกไป เพื่อศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติบำบัด โดยศึกษาว่าทำอย่างไรมนุษย์ จึงจะมีอายุยืนยาวและปราศจากการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากในปัจจุบัน กับแพทย์ทางเลือก

จากที่นายแพทย์วิฑูรย์ แสงสิงแก้ว ได้กล่าวไว้ว่า “ปัจจุบันนี้คนกรุงกำลังป่วยด้วยโรคความมั่งคั่ง” คือป่วยเพราะรับประทานเนื้อ นม ไข่ มากจนเกินปริมาณความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะ เนื้อ นม ไข่ ที่ไม่ได้มาจากการเจริญเติบโตโดยธรรมชาติของมัน แต่เติบโตมาจากการขัง การขุนด้วยอาหารสารเคมีและยาปฏิชีวนะ…

ดังนั้นการบริโภคผักผลไม้สดเป็นอาหารหลักจึงจำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ในปัจจุบัน เป็นการยากที่จะหลีกเหลี่ยงสารอาหารที่เป็นพิษ เนื่องจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปล้วนประกอบไปด้วย การปลูกพืชที่ใช้สารเคมี ใช้ย่าแมลง การปลูกเพื่อการค้า และการเลี้ยงสัตว์ที่ผิดธรรมชาติ เลี้ยงเพื่อการพาณิชย์ ทำให้เกิดสารการสะสมของสารพิษเข้าไปในร่างกายโดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น วัวเลี้ยงด้วยสารดีอีเอส (DES) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง (ยาปฏิชีวนะ) ,หมูเลี้ยงด้วย เลนดอน ซัลบูทามอล (ยาปฏิชีวนะ) , ไก่เลี้ยงด้วยฮอร์โมนฝังหัวไก่ เนื่องจากปัจจุบันการเลี้ยงเป็นการเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ ไม่ได้เลี้ยงตามธรรมชาติเหมือนในอดีต ถ้าเกษตรกรรายใด เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติโดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ ก็จะทำให้เอเย่นต์ไม่รับซื้อ เนื่องจากเนื้อไม่แดงชัดเหมือนสัตว์ที่เลี้ยงด้วยสารเคมี รวมทั้งการใช้ยาฆ่าแมลงในผัก ซึ่งจะสะสมเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคโดยไม่รู้ตัวเนื่องจากผักและผลไม้ จะขายได้ราคาไม่ดีหากมีแมลงกัดกินพืชผล เกษตรกรบางรายจึงนิยมฉีดยาฆ่าแมลง และขายในช่วงที่ไม่ครบระยะกำหนดของตัวยานั้นๆ t chloro plus.

คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล คลอโรฟิลล์กับคุณค่าอาหารที่พิเศษ

คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล คลอโรฟิลล์กับคุณค่าอาหารที่พิเศษ จากประวัติศาสตร์ อันยาวนาน ธัญพืชและหญ้าเป็นอาหารหลักและยาของสัตว์โลกนานาชนิดในสังคมสมัยใหม่ที่นิยม อาหารจานด่วน (Fast Food) อาหารเหล่านี้ขาดพลังโภชนาการทางธรรมชาติและก่อปัญหาทางสุขภาพ สิ่งที่ขาดหายไปนี้ ไม่อาจทดแทนได้ด้วยตัวยาใดๆ ในการวิจัยค้นคว้าพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ ได้มีการวิเคราะห์ พืชอาหารแทบทุกชนิดมากกว่า 6,000 ชนิด ซึ่งมีทั้งถั่ว ผัก หญ้า และพืชสมุนไพรต่างๆ จากเมล็ด ใบ ต้น ของพืชเหล่านั้น ในที่สุดค้นพบว่าคลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่า นั้นคือ พืชอาหารในฝัน ในเมื่ออัลฟัลฟ่า เป็นพืชตะกูลถั่ว ซึ่งขึ้นในแถบทะเลทรายเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ได้มีการค้นพบอัลฟัลฟ่าและนำมาใช้เป็นสมุนไพร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย อัลฟัลฟ่า นอกจากอุดมไปด้วยสารอาหารแล้วยังมี คลอโรฟิลล์ สูงเป็นพืชที่ให้เอสโตรเจนธรรมชาติรวมไปถึง เอมไซด์ 8 ชนิด คือ ไลเปส (Lipase) , อามีเลส (Amylase) , โคกูเลส (Coagulase) , อีมัลชิน (Emulsin) , อินเวอเทส (Invertase) , เปอร์ออกซิเดส (Peroxidase) , เพคติเนส (Petinase) และ โปรตีส (Protese) ที่สามารถต่อต้านสารพิษต่างๆ ได้ดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล.

คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล

คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล วิวัฒนาการและขบวนการผลิตพลังงานสีเขียวจากอัลฟัลฟ่า

หลังจากการค้นคว้าพบว่า พลังสีเขียวจากอัลฟัลฟ่ามีคุณค่าทางอาหารที่ดีที่สุด แต่ยังต้องค้นคว้าหาวิธีสกัดและรักษาให้อยู่ในรูปที่ให้ความสดใสเสมือนมีชีวิต (Vital) เพื่อรักษาคุณค่าของสารอาหารเหล่านั้น จากการค้นคว้าอย่างต่อเนื่องมานานนับศตวรรษ ได้ค้นพบขบวนการผลิตสารสีเขียวนี้ ที่สามารถจะถนอมคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างครบถ้วน และเป็นสารที่ร่างการสามารถย่อยได้ง่ายและร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขบวนการเหล่านี้ เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดใบที่เติบโตเต็มที่ แต่ไม่แก่จนเกินไปและแยกเส้นใยออกด้วยลูกกลิ้งชนิดพิเศษที่สามารถคั้นเอาน้ำสีเขียวออกมาได้ น้ำอัลฟัลฟ่าสีเขียวนี้จะถูกดูดความชื้นออกไปและทำให้แห้งภายใน 3 วินาที โดยวิธีการฟรีซดรายภายใต้อุณหภูมิเย็นพิเศษ เพื่อให้ได้คลอโรฟิลล์ ที่ละลายน้ำได้ 100 % ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหาร เนื่องจากร่างกายของมนุษย์มีเอมไซม์มากกว่า 3,000 ชนิด คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล เพื่อทำหน้าที่ต่างๆ เอ็มไซม์ทำหน้าที่เป็นตัวก่อให้เกิดปฏิกิริยา หรือเร่งปฏิกิริยาของร่างกายให้รวดเร็วขึ้น เอ็มไซด์มีบทบาทต่อทางชีวเคมีของร่างกายอย่างสำคัญยิ่ง ขบวนการผลิต คลอโรฟิลล์ ที่ดีต้องคำนึงถึงคุณค่าอันสูงส่งที่มีต่อร่างกายจึงใช้วิธีการผลิตที่ใช้อุณหภูมิเย็นพิเศษ และใช้ระยะเวลาการระเหยแห้งเพียง 3 วินาทีเท่านั้น ทำให้สามารถถนอมเอ็มไซม์ เอาไว้ได้อย่างดี เป็นเทคโนโลยีการผลิตแบบใช้เทคโนโลยีสูงสุดเท่าที่มีอยู่ในโลกในปัจจุบันและต้นทุนการผลิตก็สูงที่สุดด้วย ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า ฟรีซดราย (Freeze Dry)
กรรมวิธี ฟรีซดราย (Freeze Dry)

เป็นกรรมวิธีเพื่อให้คงสภาพและสารอาหารอย่างครบถ้วน หลังวัตถุดิบที่ได้ (Raw Material) จะถูกส่งไปวิเคราะห์คุณภาพที่ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ของ De Souza ต้องมีความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 98 % (มาตรฐานองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา FDA คือ 95 %) ถึงเรียกว่า คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ Pure Chlorophyll ทุกครั้งที่ผลิตจะได้รับ การตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดก่อนที่จะถูกส่งไปยังหน่วยผลิต ซึ่งมาตราฐาน ISO 9002 เพื่อเป็นน้ำต่อไป

ความสำคัญของการละลายน้ำได้

โดยปกติแล้วไม่ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดใดก็ตาม เป็นที่ทราบกันในวงการแพทย์และเภสัชกรรมว่า สารที่อยู่ในรูปของการละลายในน้ำมัน (Oil Soluble) นั้นจะเกิดการตกตะกอนหรือจับเอาตะกอนไปสะสมอยู่ที่ตับ ซึ่งเท่ากับเป็นการสะสมสารพิษและทำลายตับโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคจะมีกระบวนการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถอยู่ในรูปของการละลายน้ำได้ (Water Soluble) ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทั้งหมดไม่เหลือตะกอนใดๆ ให้ไปทำลายตับ ดังนั้น องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา จึงให้การรับรองเฉพาะ คลอโรฟิลล์ที่ละลายน้ำได้ (water soluble chlorophyll) เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด

การดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

สิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่งคือ ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสกัด คลอโรฟิลล์ (chlorophyll) ออกจากเหยื่อหุ้มเซลล์ของพืชได้ เนื่องจากมนุษย์ไม่มีเอมไซม์ที่ชื่อว่า เซลล์ลูเลส (Cellules) ดังที่มีในสัตว์หลายชนิด ที่เวลาเจ็บป่วยมักจะกินผักสด คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล หรือหญ้าสด เพื่อรักษาตัวเอง เพราะสกัดคลอโรฟิลล์ได้เอง ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ามีส่วนผสมของ คลอโรฟิลล์ (chlorophyll) ไม่ว่าปริมาณใดก็ตาม หากไม่ผ่านกรรมวิธีการสกัดเอาเหยื่อหุ้มเซลล์ออกก็ไม่สามารถจะได้ประโยชน์อะไรจาก คลอโรฟิลล์ (chlorophyll) นั้นเลย.

คลอโรฟิลล์ช่วยคุณได้อย่างไร..? (How can chlorophyll help you… ?)

จากประสบการณ์ของผู้ใช้-ผู้บริโภคจากทั่วโลก ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจของคลอโรฟิลล์ ดังนี้
• ทำให้สดชื่น หายเหนื่อยจากการอ่อนเพลีย

• ลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ

• ปรับระดับน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน

• ทำให้อาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ ผื่นลมพิษทุเลาลง

• ขับกรดจากข้อต่อต่างๆ ทำให้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัวทุเลาลง

• ขับสารพิษออกจากร่างกาย สารตกค้างของยาปฏิชีวนะ สารเคมีตกค้างในอาหาร ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี สุขภาพแข็งแรง สดชื่นขึ้น

• เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น

• ป้องกันการเจริญเติมโตของเซลล์มะเร็ง

• แก้ปัญหาท้องผูก การขับถ่ายจะดีขึ้น ริดสีดวงทวารทุเลาและหายได้

• ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก กลิ่นเท้า

• บรรเทาอาการชา บวมและเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้

• ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย, การใช้รักษาแผลอักเสบ, แผลเปื่อย, แผลเรื้อรัง, แผลถลอก, แผลไฟไหม้, เหงือกอักเสบ, แผลในปาก

• บรรเทาอาการปวดศีรษะทั่วไป และปวดศีรษะไมเกรนได้

• แก้ปัญหาเรื่องสิว, ฝ้า, ปวดประจำเดือน, ประจำเดือนมาไม่ปกติ

• ช่วยให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นได้ดีขึ้น

• มีสารอาหารบำรุงเส้นผม ทำให้ผมหงอกดำขึ้น ช่วยลดอาการผมร่วง

เครื่องดื่มคลอโรฟิลล์ เป็นอีกหนึ่งอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ผู้ขายหลายรายอวดอ้างสรรพคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพต่างๆมากมาย เรามาทำความรู้จักน้ำคลอโรฟิลล์กันค่ะ ว่าดีจริงอย่างที่แอบอ้างหรือเปล่า และอันตรายกับเด็กอย่างไร คลอโรฟิลล์ บ้านสมุนไพรชัยมงคล.