adoxy OPC ที่สกัดจากเมล็ดองุ่น มีความเข้มข้นถึง 92%

adoxy OPC ที่สกัดจากเมล็ดองุ่น มีความเข้มข้นถึง 92% ในขณะที่สกัดจากเปลือกสนจะมี OPC เพียง 84% เท่านั้น หลังจากที่ทานเข้าไป จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 20 – 30 นาที และยังคงอยู่ภายในร่างกายได้นาน อย่างน้อย 7 ชม.อีกทั้งยัง สามารถผ่านแนวกั้นสมอง (blood brain barrier) ได้ จึงป้องกันสมองมิให้เสียหายจากอนุมูลอิสระ คุณสมบัติเด่นนี้ทำให้ OPC เป็น antioxidant ที่ต่างจากชนิดอื่นๆผลทางอ้อมในการช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานคือ ลดการอักเสบของหลอดเลือดฝอย และลดภาวะผนังเส้นเลือดแข็งเปราะ เพราะในภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงนั้น การเดินทางของเลือดที่หนืด(เพราะมีน้ำตาลสูง)ไปสู่อวัยวะที่สำคัญเช่น สมอง หัวใจ ไต ตับและตา จะยิ่งลำบาก การทานOPC นอกจากจะช่วยให้เลือดไหวเวียนสะดวกแล้ว ยังช่วยลดอันตรายที่อาจกระทบกระเทือนต่ออวัยวะสำคัญจากโรคเบาหวานได้ในอนาคต adoxy.

adoxy

adoxy 5. ชาเขียว (Green Tea) เอโดซี
ชาเขียว เป็นชาที่ไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เมื่อเก็บใบชามาได้จะนำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อ ความร้อนไม่สูงเกินไป หรืออบไอน้ำ ในระยะเวลาสั้นแล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางตัวที่จะเพิ่มรสฝาดในชา อีกทั้งยังคงสารสำคัญที่ชื่อ สารแคทิชิน (Catechin) เป็นสารกลุ่ม Polyphenol ซึ่งมีฤทธ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง adoxy epigallocatechin-3-gallate(EGCG) ที่มีอยู่มากในตัวชา มีฤทธิ์ในการลดคอเลสเตอรอล การป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง และโรคความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

การศึกษาในหนูทดลอง พบว่า polyphenols สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูที่เป็นเบาหวาน (Gomes et al, 1995) polyphenols ลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยยับยั้งการทำงานของ amylase ซึ่งเป็นเอนไซม์ย่อยแป้ง โดยสาร polyphenols ยับยั้งการทำงานของ amylase ทั้งในน้ำลายและลำไส้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ แป้งจะถูกย่อยช้าลง ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือดเป็นไปอย่างช้าๆนอกจากนั้นชาเขียวยังลดการดูดซึมของกลูโคสที่ลำไส้ (Deng and Tao, 1998; Gomes et al, 1995)

แพทย์ออกมาเตือนกินอาหารเสริมโดยไม่จำเป็น อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายถึงขั้นเป็นมะเร็ง เผยวิตามินบางชนิดทำงานเป็นทีม ไม่สามารถแยกกินอย่างใดอย่างหนึ่งได้

น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เปิดเผยว่า คนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องอาหารเสริม ว่า มีความจำเป็นต่อร่างกายหรือไม่ ส่วนใหญ่มีราคาแพง หากร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่ต้องการวิตามินเข้าเสริมทดแทน การซื้อรับประทานอาจไม่มีประโยชน์ ทั้งอาจเกิดโทษต่อร่างกายได้ ซึ่งผู้ต้องการอาหารเสริม คือ คนป่วยที่ไม่สามารถรับอาหารตามปกติ หรือคนแก่ที่ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้มาก

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาหารเสริมชนิดใดหรือยี่ห้อใด สามารถทดแทนสารอาหารที่ได้รับจากการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อได้ อาทิเช่น วิตามินเอ ที่มีสารเบต้าแคโรทีนมีสรรพคุณต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งในมะเขือเทศ มีวิตามินเอมากถึง 600 ชนิด

น.พ.กฤษดา กล่าวต่อว่า บางคนเข้าใจผิดว่า เมื่อรับประทานแคลเซียมเสริมไปแล้ว ร่างกายจะได้แคลเซียมไปเสริมกระดูก แต่การที่แคลเซียมจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีแมกนีเซียมเพื่อช่วยดูดซึม ดังนั้น หากรับประทานแคลเซียมเสริมที่ไม่ดี ราคาถูกมาก ๆ การดูดซึมก็จะไม่ดี และอาจไปจับตัวเป็นหินปูน ทำให้เกิดกระดูกงอก กระดูกย้อย หรือเป็นนิ่วได้

ดังนั้น ก่อนซื้ออาหารเสริมจะต้องศึกษาให้ละเอียด โดยดูที่ฉลากว่าเป็นแบบธรรมชาติหรือแบบสังเคราะห์ ซึ่งหากได้จากธรรมชาติหรือมีความใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด จะมีการดูดซึมได้ดี ตรงข้ามกับแบบสังเคราะห์ ที่มีบางชนิดอาจจะส่งผลตรงข้ามแบบหน้ามือเป็นหลังมือ อาทิเช่น วิตามินอี หากมาจากธรรมชาติจะช่วยป้องกันโรคหัวใจ แต่ถ้าเป็นวิตามินอี สังเคราะห์ ก็จะส่งผลตรงข้าม คือ ทำให้เกิดโรคหัวใจ หรือวิตามินสังเคราะห์บางชนิด เมื่อรับประทานเข้าไปแทนที่จะช่วยให้มีสุขภาพดีกลับทำให้แก่เร็ว หรือทำให้เป็นโรคมากขึ้น อาทิเช่น มะเร็งได้

“เราไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริม แต่ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนก็เพียงพอ อาหารเสริมที่ ขายอยู่ตามท้องตลาด หากมีเครื่องหมาย อย.ก็รับประทานได้ ไม่อันตราย หากคนนั้นไม่รับประทานอาหารสด adoxy ก็จะไม่ช่วยอะไร เพราะวิตามินเหล่านี้ทำงานเป็นทีม อาทิเช่น โคคิวเทน ต้องรับประทานร่วมกับไขมัน ถ้ารับประทานอย่างเดียว ไม่กินไขมัน การดูดซึมก็จะไม่ดี และจะถูกย่อยขับออกมาเป็นปัสสาวะที่แพงมาก” น.พ.กฤษดากล่าว

น.พ.กฤษดา กล่าวยังแนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหารเสริมว่า มี 4 วิธี คือ

1. เลือกอาหารเสริมแบบที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยดูที่ฉลากว่า เป็นแบบธรรมชาติหรือไม่ เพราะจะดูดซึมได้ดีกว่า

2. ดูปริมาณสารในแต่ละเม็ดว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะบางชนิด มีวิตามินครบ ทั้ง a-z รวมใน 1 เม็ด แต่อาจจะมีปริมาณวิตามินอย่างละ 1 มิลลิกรัม หรือ 1 ไมโครกรัมเท่านั้น ที่เหลือเป็นแป้ง

3. เลือกรับประทานวิตามินที่จับคู่ถูกกัน อาทิเช่น วิตามิน เอ อี ดี และเค ต้องรับประทานคู่กับไขมัน เพราะละลายได้ดีในไขมัน ส่วนแคลเซียมรับประทานคู่กับแมกนีเซียม ส่วนน้ำมันตับปลาต้องมีอีพีเอ หรือดีเอชเอ และ

4. ต้องไม่เป็นอาหารเสริมที่มีราคาถูกเกินไป

ถ้า เราอยู่ท่ามกลางแสงแดด สายตาของเราจะเปิดกว้างเพื่อรับแสงแดดมากขึ้น โดยมีหนังตาและคิ้วซึ่งทำหน้าที่ปกป้องดวงตาจากแสงแดดโดยตรง แต่นั่นเป็นเพียงตัวช่วยจากภายนอกเท่านั้น เนื่องจากอาหารการกินก็สามารถช่วยถนอมสายตาเราได้เหมือนกัน อาหารประเภทผักและผลไม้ ได้แก้ มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำ ราสเบอร์รี่ มะนาว เป็นต้น adoxy.